Expeditionary learning คืออะไร ? ทำไมถึงดีกับลูกของเรา ?

Expeditionary Learning
” ระบบการศึกษาแบบ Expeditionary Learning
ที่ทาง D-PREP เลือกใช้กับนักเรียน Middle School
เป็นที่แรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “

Expeditionary Learning คืออะไร?

Expeditionary Learning (EL Education) เป็นระบบการเรียนการสอนรูปแบบหนึ่งที่บางโรงเรียนนำมาใช้ (โดยเฉพาะในเด็กโตแล้วอย่าง middle school) โดยมุ่งเน้นให้เด็กนักเรียนค้นคว้าหาความรู้เชิงลึก (in-depth research) และทดลองทำด้วยตัวเอง ในรูปแบบของการสร้าง project ต่างๆ ตามความสนใจของนักเรียน โดยมีคุณครูและผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้นๆ คอยให้คำปรึกษา  ซึ่งเป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่มีเอกลักษณ์ ทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในชุมชน และใช้องค์ความรู้ที่มีไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและสามารถใช้งานได้จริง โดยมีระยะเวลาการทำ project นั้นๆ ตั้งแต่ 6 เดือน – 1 ปี

จุดประสงค์ของการเรียนรู้แบบ EL Education คือ “การได้ลงมือทำ” และ“การมีส่วนร่วมของผู้เรียน”

Expeditionary Learning คือ

ระหว่างการเรียนรู้ นักเรียนจะเรียนรู้ผ่านกรณีศึกษา (case study) งานที่ได้รับมอบหมาย การลงพื้นที่จริง (fieldwork) การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ โดยทีมครูผู้สอนวางแผนการทำงานร่วมกันกับนักเรียน และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สำเร็จ โดยที่ผลิตภัณฑ์นั้นจะต้องใช้งานได้จริง

ระบบการเรียนรู้แบบ Expeditionary Learning มอบโอกาสให้เด็กๆ ได้จัดแสดง อภิปราย และนำเสนอวิธีการแก้ไขปัญหา การเรียนในรูปแบบนี้จะช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้ในทุกๆ แง่มุมของเด็ก นักเรียนจะได้มีส่วนร่วมในการพัฒนา project เปรียบเหมือนเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมนั้นๆ และได้พัฒนาทักษะการใช้ชีวิตอีกด้วย

ระบบ Expeditionary Learning มีต้นกำเนิดมาจากไหน?

Expeditionary Learning หรือ EL Education ได้รับแนวคิดมาจากนักการศึกษาชาวเยอรมันนามว่า Kurt Hahn ซึ่งเป็นผู้ก่อนตั้งสถาบัน Outward Bound (และคิดค้นระบบ International Baccalaureate; IB) โดยเกิดขึ้นจากความร่วมมือของโรงเรียนต่างๆ ทั่วอเมริกา ในปัจจุบันนอกเหนือจากโรงเรียนมากกว่า 150 โรงเรียนทั่วทั้ง 30 รัฐในอเมริกา ยังมี D-PREP ของเราที่นำระบบการเรียนรู้แบบ EL Education มาใช้ ซึ่งเป็นที่แรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นักเรียนได้ประโยชน์ในด้านไหนบ้างจาก Expeditionary Learning?

Expeditionary Learning ข้อดี

ระบบการศึกษาแบบ EL จะมีการพัฒนาและประเมินผลผ่าน 3 รูปแบบ คือ 

  1. Mastery of knowledge and skills : ทักษะและความรู้ : เด็กจะได้เรียนรู้ ได้ศึกษาค้นคว้าเชิงลึกอย่างแท้จริง และได้โอกาสนำความรู้ที่มีไปพัฒนาทักษะอื่นๆ รวมไปถึงพัฒนา critical thinking และพัฒนาด้านการสื่อสารแนวคิดที่ซับซ้อน เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจ

  2. Life skill and character development : ที่ D-PREP เด็กๆจะได้เรียนรู้ทักษะการพัฒนาตนเองผ่านการเรียนรู้เพื่อการเข้าใจตัวเอง เรียนรู้ที่จะเป็นผู้เรียนที่มีศักยภาพ พัฒนาระบบความคิด และทักษะที่นำไปสู่ความสำเร็จในรั้วมหาวิทยาลัยและสายงานอาชีพในอนาคต

    หรือแม้กระทั่งในชีวิตในอนาคต เช่น ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ความเพียรพยายาม ความรับผิดชอบ รวมถึงการทำงาน และความสัมพันธ์ผู้อื่น ผ่านการประพฤติตัวอย่างมีจริยธรรม และใช้องค์ความรู้ที่มีในการพัฒนาสังคมและชุมชนในฐานะพลเมืองคนหนึ่ง

  3. High quality student work : นักเรียนจะได้รับมอบหมายงาน โดยได้รับคำแนะนำ เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพ เราต้องการให้ผู้เรียนได้แสดงความคิดเห็น โดยนำหลักการ “การคิดเชิงออกแบบ (design thinking)” มาใช้ ซึ่งเป็นกระบวนการคิดเชิงแก้ปัญหา โดยทำความเข้าใจปัญหาของผู้ใช้ นำเสนอทางแก้ไข จนสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงและสามารถใช้งานได้จริง
Three dimensions of high achievement

ความสำเร็จของระบบการศึกษาแบบ EL Education

ในช่วงเวลา 25 ปีที่ผ่านมา มีหลักฐานที่สนับสนุนการเรียนรู้แบบ EL ว่าเป็นระบบการเรียนรู้ที่มีคุณภาพสูง และให้ประโยชน์ในด้านการศึกษามากมาย  

การศึกษาของ Academy For Educational Development และ คณะศึกษาศาสตร์ของ University of Colorado พบว่าการเรียนรู้ระบบ EL ทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมการเรียน และแรงจูงใจในการค้นคว้าหาความรู้เพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยเห็นได้จากการเข้าร่วมชั้นเรียนในอัตราที่สูง และมีรายงานปัญหาพฤติกรรมที่น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ข้อมูลที่ได้จากโรงเรียนทั่วอเมริกาที่ใช้ระบบ EL แสดงให้เห็นว่า คะแนนด้านการอ่าน การคำนวน และด้านภาษานั้นดีมากขึ้นอีกด้วย

รร.ที่ใช้ระบบการเรียนการสอนแบบ Expeditionary Learning มีการประเมินความสามารถของนักเรียนอย่างไร ?

การประเมินคือขั้นตอนสำคัญของระบบ Expeditionary Learning

ที่ DPREP มีเกณฑ์การประเมินที่ชัดเจนในเรื่องความสามารถของนักเรียน โดยนักเรียนมีหน้าที่พัฒนาและปรับปรุงผลงาน จนกว่าจะได้งานที่ดีมีคุณภาพ

การประเมินที่มีประสิทธิภาพนั้นต้องมีการกำหนดมาตรฐานที่ดี ทางโรงเรียนจึงมีการกำหนดมาตรฐานว่านักเรียนจะต้องผ่านเกณฑ์ตามหลักสูตรของอเมริกา (US Common Core) และผ่านมาตรฐาน NGSS

โดยเมื่อนักเรียนใกล้จบหลักสูตรในเกรด 5 8 10 และ 12 จะมีการนำเสนอผลงาน portfolios โดยมีผู้นำกลุ่ม ผู้ปกครอง และผู้ชมอื่นๆ เข้าร่วมชมการนำเสนอผลงาน ซึ่งการนำเสนอนี้จะช่วยให้ผู้เรียนได้มีโอกาสนำเสนอผลงานที่ผ่านการศึกษาค้นคว้ามาอย่างดี เพื่อก้าวไปสู้ระดับการเรียนรู้ที่สูงขึ้นต่อไป

ทีมงานของระบบ Expeditionary Learning  

ทีมงานของระบบ EL คือบุคลากรในโรงเรียนที่ทำงานร่วมกันเป็นทีม เพื่อมุ่งไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน มีการรวมกลุ่มพบปะกันเพื่อแลกเปลี่ยน ช่วยเหลือ ให้คำปรึกษาแก่นักเรียน ทีมงานจะคอยดูแลการเรียนรู้ทางด้านวิชาการไปพร้อมๆ กับการพัฒนาทักษะการใช้ชีวิตของผู้เรียน 

โดยเน้นว่านักเรียนทุกคนจะได้รับการสนับสนุนจากทีมอย่างเต็มที่ และทั่วถึงทุกคน 

สรุปข้อมูลสำคัญของการเรียนรู้แบบ Expeditionary Learning

  • นักเรียนจะจบการศึกษาด้วยความรู้ทางวิชาการ (academic knowledge) ทักษะการคิดอย่างมีหลักการ เป็นเหตุเป็นผล (critical thinking) ทักษะการแก้ปัญหา ( problem solving) ทักษะจินตนาการ (Design Thinking) และทักษะการใช้ชีวิต ทั้งต่อการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย และระดับที่สูงขึ้นไป
  • นักเรียนได้มีส่วนสำคัญในการผลักดันตนเอง และหมั่นเรียนรู้ฝึกฝน เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพ
  • นักเรียนได้มีโอกาสฝึกฝนการเป็นผู้นำทั้งในโรงเรียน และชุมชน 
  • นักเรียนได้มีโอกาสนำเสนอผลงาน โดยครอบครัวและชุมชนได้ร่วมชื่นชม และช่วยสนับสนุน
  • นักเรียนได้ทำ project ที่ท้าทาย และผลิตผลงานที่มีคุณภาพ ฝึกฝนความเป็นมืออาชีพ ในด้านต่าง ไม่ว่าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักประวัติศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ นักเขียน หรือศิลปิน 
  • นักเรียนได้มีส่วนร่วมผลิตผลงานคุณภาพทางการศึกษากับผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริง
  • นักเรียนได้มีส่วนร่วมสร้างสรรค์ และช่วยเหลือชุมชน 
  • นักเรียนได้เพลิดเพลินกับสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ โดยมุ่งเน้นให้เด็กมีความรับผิดชอบ มีจิตใจที่อ่อนโยน และมีความเคารพต่อตนเองและผู้อื่น
ตัวอย่างผลงาน Project Expeditionary Learning (EL) ที่เหล่านักเรียนไปสัมภาษณ์ในหัวข้อ “Who is Thailand?”

Expeditionary Learning (EL) เป็นระบบการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนนั้นมีความรู้สึกอยากเรียน ต้องการหาความรู้ และมีจินตนาการที่หลากหลายตามความสนใจของตนเอง ถือเป็นอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษารูปแบบใหม่ ไม่เพียงแต่ความฝันที่จะสร้างสิ่งที่ดีกว่า แต่ยังมีความมุ่งหมายที่จะร่วมกันพัฒนาชุมชนให้ยั่งยืน

บทความแนะนำ

ลูกติดมือถือ ติดจอ แก้ปัญหาด้วย 4 กิจกรรมนี้ !

แนวคิด Reggio Emilia แรงบันดาลใจที่ D-PREP นำมาประยุกต์ใช้กับโรงเรียน