เลือกภาษา

5/5

Open

House

เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว
วันที่ 5 มิถุนายน 2567

Open House
เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว
5 มิถุนายน 2567
5 วิธีช่วยพัฒนาให้เด็กมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

5 วิธีช่วยพัฒนาให้เด็กมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

ความเห็นอกเห็นใจคือทักษะที่สำคัญ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทางสังคมและอารมณ์ของเด็ก โดยจะช่วยให้พวกเขาเข้าใจและสามารถแบ่งปันอารมณ์กับผู้อื่น ซึ่งส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีต่อสุขภาพและความเป็นอยู่โดยรวมของพวกเขา ในบทความนี้ เราจะเรียนรู้เกี่ยวกับความเห็นอกเห็นใจและเหตุผลที่ความเห็นอกเห็นใจจำเป็นสำหรับเด็ก

Empathy หรือความเห็นอกเห็นใจคืออะไร

ความเห็นอกเห็นใจคือความสามารถในการตระหนักรู้และเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของผู้อื่น ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเข้าใจมุมมองของผู้อื่น และตอบสนองด้วยความเมตตาและความเห็นใจ กล่าวคือ ความเห็นอกเห็นใจไม่ใช่แค่การรู้สึกเสียใจกับใครบางคนเท่านั้น แต่เป็นการเชื่อมโยงกับประสบการณ์ ความสุข และความเศร้าของบุคคลอื่นอย่างแท้จริง

ทำไมความเห็นอกเห็นใจจึงสำคัญสำหรับเด็ก

ความเห็นอกเห็นใจสำคัญสำหรับเด็กด้วยเหตุผลหลายประการ ข้อแรกและเป็นข้อที่สำคัญที่สุดคือความเห็นอกเห็นใจช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนและผู้ใหญ่ เด็กที่มีความเห็นอกเห็นใจจะสามารถสื่อสาร แก้ปัญหา และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งไปกว่านั้นยังส่งเสริมความฉลาดทางอารมณ์ ซึ่งเป็นทักษะชีวิตที่สำคัญที่ทำให้เด็กสามารถจัดการกับอารมณ์ของตนเอง พร้อมทั้งเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น

ความเห็นอกเห็นใจยังมีบทบาทสำคัญในการป้องกันการบูลลี่และส่งเสริมการไม่แบ่งแยก หากเด็กมีความเห็นอกเห็นใจต่อเพื่อน พวกเขามักจะไม่แสดงพฤติกรรมที่เป็นอันตราย และคอยปกป้องเพื่อนที่ถูกกระทำ

ลักษณะของเด็กที่มีความเห็นอกเห็นใจ

เด็กที่มีความเห็นอกเห็นใจมักจะมีลักษณะดังต่อไปนี้

  • เป็นผู้ฟังที่มีส่วนร่วม – เด็กที่มีความเห็นอกเห็นใจจะให้ความสนใจเมื่อมีคนพูดคุยกับพวกเขา และพยายามเข้าใจอารมณ์และประสบการณ์ของผู้พูด
  • ความเมตตา – พวกเขาแสดงความเมตตาและความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่นแม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก
  • การแบ่งปัน – เด็กที่มีความเห็นอกเห็นใจมักจะแบ่งของเล่น สิ่งของ และใช้เวลาร่วมกับผู้อื่น
  • ทักษะการแก้ปัญหา – พวกเขาสามารถหาทางออกให้กับปัญหาต่างๆ ได้ดีกว่า และจะคอยให้การช่วยเหลือเพื่อนที่มีปัญหา
  • ไม่ตัดสิน – เด็กที่มีความเห็นอกเห็นใจจะไม่ตัดสินผู้อื่นจากความแตกต่าง และมักจะยอมรับพวกเขาในสิ่งที่พวกเขาเป็น

ความแตกต่างระหว่างความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) และความสงสาร (Sympathy)

ความเห็นอกเห็นใจและความสงสารมักจะถูกใช้สลับกัน แต่ความเห็นอกเห็นใจและความสงสารมีความหมายที่แตกต่างกัน ความเห็นอกเห็นใจเกี่ยวข้องกับการเข้าใจและการแบ่งปันความรู้สึกกับผู้อื่น ในขณะที่ความสงสารคือความรู้สึกเสียใจที่มีต่อบุคคลโดยไม่จำเป็นต้องเข้าใจความรู้สึกของพวกเขา ความเห็นอกเห็นใจคือการเชื่อมโยงทางอารมณ์อย่างลึกซึ้ง ในทางกลับกัน ความสงสารจะไม่มีการเชื่อมโยงทางอารมณ์

5 วิธีที่ผู้ปกครองสามารถช่วยพัฒนาความเห็นอกเห็นใจของเด็ก

  1. แสดงตัวอย่างความเห็นอกเห็นใจ – เด็กๆ จะเรียนรู้ผ่านตัวอย่าง พ่อแม่ควรแสดงความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่น เด็กที่เห็นพ่อแม่เห็นอกเห็นใจผู้อื่นมักจะเกิดการพัฒนาทักษะเหล่านี้
  2. กระตุ้นให้เกิดมุมมอง – ช่วยให้เด็กเข้าใจแง่มุมที่แตกต่างโดยการพูดคุยถึงสถานการณ์หนึ่งในมุมมองต่างๆ ถามลูกว่าพวกเขาคิดว่าคนอื่นจะรู้สึกอย่างไรในสถานการณ์นั้นๆ
  3. อ่านหนังสือเสริมสร้างความเห็นอกเห็นใจ – เลือกหนังสือที่เน้นความเห็นอกเห็นใจและความเมตตา พูดคุยเรื่องราวและอารมณ์ของตัวละครกับลูกเพื่อเสริมสร้างความสำคัญของความเห็นอกเห็นใจ
  4. สอนคำศัพท์ทางอารมณ์ – ช่วยลูกระบุและแสดงอารมณ์ของพวกเขา การทำความเข้าใจความรู้สึกของตนเอง จะทำให้เด็กๆ สามารถเชื่อมโยงกับอารมณ์ของผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  5. ฝึกฝนการกระทำที่แสดงถึงความมีน้ำใจ – กระตุ้นให้ลูกแสดงความมีน้ำใจ เช่น การช่วยเหลือเพื่อนบ้าน การบริจาคให้กับองค์กรการกุศล หรือการเป็นอาสาสมัคร การกระทำเหล่านี้สามารถส่งเสริมความเห็นอกเห็นใจและความรับผิดชอบต่อสังคม

ทักษะความเห็นอกเห็นใจเป็นประโยชน์ต่ออาชีพของลูกของคุณอย่างไร

ทักษะความเห็นอกเห็นใจไม่เพียงแค่มีคุณค่าในความสัมพันธ์ส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ยังมีคุณค่าในเส้นทางอาชีพอีกด้วย ทักษะเหล่านี้มีความสำคัญในการพัฒนาความสามารถในการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และการแก้ปัญหา ความเห็นอกเห็นใจเกี่ยวข้องกับทักษะชีวิตดังต่อไปนี้

การคิดเชิงออกแบบ

ความเห็นอกเห็นใจเป็นองค์ประกอบหลักของการคิดเชิงออกแบบ ซึ่งเป็นแนวทางการแก้ปัญหาที่ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจความต้องการและมุมมองของผู้ใช้ บุคคลที่มีความเห็นอกเห็นใจสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ที่สอดคล้องกับผู้คนอย่างแท้จริง

Soft Skills

นายจ้างให้ความสำคัญกับ Soft Skills เช่น ความเห็นอกเห็นใจในสถานที่ทำงาน พนักงานที่มีความเห็นอกเห็นใจสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น แก้ไขความขัดแย้ง และให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

การสื่อสาร

เมื่อเด็กได้พัฒนาความเห็นอกเห็นใจ พวกเขาจะเข้าใจและสามารถเชื่อมโยงกับผู้อื่นได้ดีขึ้น ซึ่งนำไปสู่การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในการทำงานร่วมกับผู้อื่นหรือทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ เด็กๆ ต้องเรียนรู้การฟังอย่างมีส่วนร่วมก่อน ซึ่งเกิดขึ้นได้ง่ายหากมีความเห็นอกเห็นใจ

โรงเรียนนานาชาติบางนา D-PREP สร้างความเห็นอกเห็นใจในเด็กอย่างไร

ความเห็นอกเห็นใจเป็นทักษะชีวิตที่สำคัญที่เหนือกว่าความรู้ทางวิชาการ โรงเรียนนานาชาติบางนา D-PREP ตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมความเห็นอกเห็นใจในเด็ก และได้บูรณาการทักษะความเห็นอกเห็นใจการเข้ากับหลักสูตรผ่านวิธีการสอนแบบนวัตกรรมต่างๆ

หนึ่งในรากฐานที่สำคัญของกลยุทธ์การสร้างความเห็นอกเห็นใจของโรงเรียนนานาชาติ D-PREP คือการส่งเสริมให้เด็กมีทักษะชีวิตที่จำเป็น เราสอนให้นักเรียนเห็นถึงความสำคัญของความเข้าใจในตนเอง ความ​เข้าใจในสังคม และการเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมตั้งแต่อายุยังน้อย ทักษะพื้นฐานเหล่านี้ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจความซับซ้อนของการสื่อสารระหว่างบุคคลด้วยความกรุณาและความเมตตา

ที่โรงเรียนนานาชาติบางนา D-PREP ผู้สอนยังแนะนำแนวคิด “เครื่องวัดอารมณ์” ช่วยให้เด็กรับรู้และระบุอารมณ์ของพวกเขา พร้อมทั้งเรียนรู้วิธีควบคุมอารมณ์ของพวกเขา เครื่องมือความฉลาดทางอารมณ์นี้ช่วยให้นักเรียนสื่อสารความรู้สึกของพวกเขาได้ดีขึ้นและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ซึ่งสร้างชุมชนโรงเรียนที่ฉลาดทางอารมณ์และเห็นอกเห็นใจมากขึ้น

ความกรุณาเป็นอีกหนึ่งคุณค่าหลักที่ปลูกฝังให้กับนักเรียนของโรงเรียนนานาชาติ D-PREP โดยสอนให้พวกเขาใส่ใจผู้อื่นและดูแลผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ หลักการนี้เหนือกว่าความรู้ทางทฤษฎีเนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมของโรงเรียน ที่โรงเรียนนานาชาติ D-PREP เราสนับสนุนให้นักเรียนฝึกความเมตตา ความเข้าใจ และสนับสนุนการมีปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน

ในโลกที่ต้องการความเห็นอกเห็นใจและความกรุณา โรงเรียนนานาชาติ D-PREP มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมคุณสมบัติเหล่านี้ในบทเรียน ด้วยกลยุทธ์ที่เป็นนวัตกรรม ค่านิยมหลัก และประสบการณ์ในโลกแห่งความเป็นจริง เรามีเครื่องมือที่จำเป็นที่นำไปสู่การประสบความสำเร็จทางวิชาการและส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม

หากท่านสนใจเข้าเยี่ยมชมโรงเรียนสามารถติดต่อได้ที่

หลักสูตรของเราจะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้และการเติบโตด้านบุคลิกภาพของลูกคุณได้อย่างไร?
นัดขอคำปรึกษาได้แล้ววันนี้
หมดกังวลเรื่องหลักสูตร! นัดรับคำปรึกษาฟรีกับผู้เชี่ยวชาญของเรา เพื่อคลายข้อสงสัยในทุกมิติ คุณจะได้ค้นพบว่า โปรแกรมของเราตอบโจทย์ความต้องการ และสไตล์การเรียนรู้ที่เฉพาะตัวของลูกคุณอย่างไร สำรองที่นั่งเพื่อทัวร์โรงเรียน หรือทดลองเรียน ฟรี!

Address :
D-PREP International School
38, 38/1-3, 39, Moo 6,
Bangna Trad Rd., Km. 8,
Bang Kaeo, Bang Phli District,
Samut Prakan, Thailand 10540

Email: admissions@dprep.ac.th
เบอร์ติดต่อ: 095-879-4944
Website : www.dprep.ac.th
Facebook: D-PREP International School
Line: @d-prep
IG : @dprepschool

Related Blog

วิธีเลือก Career path ที่เหมาะสมให้กับลูก

พ่อแม่ทุกคนปรารถนาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูก และการชี้นำพวกเขาไปสู่เส้นทางอาชีพ หรือ career path ที่ถูกต้องถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับอนาคตของพวกเขา เส้นทางอาชีพเป็นตัวกำหนดชีวิตของเด็ก และในฐานะผู้ปกครอง คุณมีบทบาทสำคัญในการปรับชีวิตให้สอดคล้องกับความหลงใหลและความสามารถของพวกเขา
student center learning

ทำไมการเรียนรู้ที่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลางจึงเป็นเรื่องสำคัญในศตวรรษที่ 21

การเรียนรู้ที่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์ หรือ student-centered learning เป็นสิ่งสำคัญเพื่อเตรียมความพร้อมนักเรียนให้ประสบความสำเร็จ ในยุคที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีและตลาดแรงงานมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
lifelong learners children

แนะนำ 8 เคล็ดลับในการเลี้ยงลูกให้เป็น “Lifelong Learners”

เป็นเรื่องปกติที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องการให้ลูกเติบโตด้วยความกระตือรือร้น ต้องการที่จะเรียนรู้อย่างแท้จริง และการเลี้ยงลูกเพื่อให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิตจะทำให้เขาพัฒนาตนเองได้ต่อเนื่องตลอดชีวิต

Unlock Your Child's Potential: Explore Our Curriculum & Connect with Admissions!

Get one-on-one support & tailored advice: Chat directly with our admissions team who will answer your specific questions about the curriculum and guide you through the enrollment process smoothly.