เสริมทักษะความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก ด้วยแนวคิด Design Thinking

design thinking การคิดเชิงออกแบบ

ให้เด็กจินตนาการก้าวไกล ด้วยหลักสูตรแนวคิด Design Thinking

เมื่อเราได้เป็นพ่อแม่ เราเคยได้ยินมาว่าการที่ลูกของเราจะประสบความสำเร็จในอาชีพการงานจะต้องมีทักษะต่าง ๆ ที่หลากหลาย มากกว่าสมัยที่พวกเราเติบโตมา ไม่ว่าจะเป็นกรอบความคิดในการเป็นนักประดิษฐ์ นักแก้ปัญหา และผู้รังสรรค์สร้างสิ่งใหม่ ๆ ที่น่าสนใจให้กับโลก ในฐานะผู้ปกครอง เราจะสามารถช่วยเหลือและจัดเตรียมทักษะเหล่านี้ให้กับลูกได้อย่างไร?

 “เราจะเตรียมตัวลูกให้พร้อมสำหรับอนาคตข้างหน้าที่กำลังจะมาถึงได้อย่างไร?”

ในปัจจุบันมีแนวคิดที่น่าสนใจที่จะช่วยเสริมสร้างทักษะเหล่านี้ ที่เรียกว่า “Design Thinking” ที่ D-PREP ได้นำมาปรับใช้ในหลักสูตรการเรียนการสอนของเรา

design thinking คืออะไร?

Design Thinking (การคิดเชิงออกแบบ) คืออะไร

Design Thinking ถูกใช้อย่างแพร่หลายในแวดวงธุรกิจเพื่อช่วยรังสรรค์นวัฒกรรมใหม่ ๆ หรือเรียกได้ว่าเป็นวิธีแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์โดยใช้ทักษะเชิงประดิษฐ์คิดค้นมาประยุกต์ใช้ โดยมุ่งมั่นในเรื่องของ “วิธีการแก้ไขปัญหา โดยศึกษาจากผู้ใช้จริง”  วิธีการนี้จะช่วยเสริมสร้างให้ผู้ค้นคว้ามีความเข้าอกเข้าใจในตัวของผู้ใช้งานมากขึ้น (นักประดิษฐ์ได้ลองมองในมุมของผู้ใช้) เพื่อให้เข้าใจและพัฒนานวัฒกรรมได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ โดยศึกษาความต้องการของผู้ใช้ บ่งชี้ปัญหาที่เกิดขึ้น ค้นคว้าและพัฒนาแนวคิดต่าง ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อยอดการใช้งาน โดยเมื่อคิดค้นออกมาแล้ว จะถูกส่งต่อให้ผู้ใช้เพื่อทดลองใช้ และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้เสนอแนะข้อมูลเพื่อนำกลับมาพัฒนาต่อไป

การมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาโดยการพยายามศึกษาและเข้าใจผู้ใช้นี้ ทำให้ Design Thinking ประสบความสำเร็จอย่างมาก ความน่าสนใจของ Design Thinking คือสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลากหลายวงการ โดยเฉพาะการศึกษา เพื่อจุดมุ่งหมายเดียวกันว่าเราจะสามารถเตรียมลูกหลานที่มีทักษะคิดค้นคว้าอย่างมีหลักการนี้ เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของเด็ก ๆ

การศึกษาแบบ Design Thinking ส่งผลดีต่อตัวเด็กอย่างไร

Design Thinking จะช่วยส่งเสริมและพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่าง ๆ ได้ดังนี้

  • ทำให้ผู้เรียนมีความมุ่งมั่นที่จะเข้าใจความต้องการของผู้ใช้อย่างแท้จริง โดยมีความเข้าใจ และเห็นอกเห็นใจ โดยมองในมุมของผู้ใช้จริงเป็นหลัก
  • ความสามารถในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหา โดยใช้ทักษะที่มีความสร้างสรรค์
  • การมีใจที่เปิดกว้าง และพร้อมที่จะทดลองสิ่งใหม่ ๆ ที่แตกต่างไปจากเดิม รวมไปถึงการยอมรับความล้มเหลวและกล้าที่จะลุกขึ้นมาอีกครั้งเพื่อการพัฒนาที่ไม่รู้จบ
  • มีจริยธรรมและเคารพในตัวของผู้ใช้
  • “น้ำไม่เคยเต็มแก้ว” เด็ก ๆ มีความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นที่รู้อยู่แล้ว หรือไม่เคยรู้มาก่อน และมีแนวคิดชิงบวกต่อปัญหาว่า “ไม่มีอะไรที่ใหญ่เกินแก้”
  • พัฒนา “ความยืดหยุ่น” ต่อสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นความล้มเหลวที่อาจจะเกิดขึ้นในกระบวนการ
  • เข้าใจและให้ความสำคัญของกระบวนการร่วมมือและรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้ใช้และผู้ร่วมงาน
  • มีความมั่นใจในการนำเสนอและค้นคว้าสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ

design thinking 5 ขั้นตอน

5 ขั้นตอนคิดแบบ Design Thinking

Empathise ทำความเข้าใจ

ผู้ค้นคว้าให้ความสำคัญกับการรับฟัง สังเกต และพูดคุย เพื่อให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงปัญหาและความต้องการต่าง ๆ  โดยไม่ใช้อคติหรือคาดเดาไปก่อน

Define กำหนดปัญหาให้ชัดเจน

นำข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับมาวิเคราะห์เพื่อให้ทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน

Ideate (idea + creative) ระดมความคิด

การ brainstorm แนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากผู้ร่วมงาน อาจารย์ และผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายเพื่อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยมีความคิดเชิงสร้างสรรค์และปราศจากอคติ

Prototype สร้างต้นแบบ

นำแนวคิดที่ได้มาสรรสร้างนวัฒกรรมหรือแนวทางการแก้ไขปัญหาใหม่ ๆ  เพื่อนำต้นแบบนั้นมาใช้ทดสอบจริงกับผู้ใช้

Test ทดสอบ

ผู้ทดลองนำนวัฒกรรมไปให้ผู้ใช้ได้ลองใช้จริง และรับฟังผลตอบรับจากการใช้งาน รวมไปถึงรับฟังข้อเสนอแนะและปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป

6 Design Thinking Process เสริมทักษะเด็กด้วยหลักสูตร DPREP

  • Dream : ขั้นตอนนี้คือการเข้าใจความต้องการของผู้ใช้อย่างแท้จริง โดยในขั้นตอนนี้เด็ก ๆ จะได้พูดคุยสอบถามปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อพัฒนาทักษะที่เห็นใจผู้อื่นและส่งเสริมให้เด็ก ๆ มีความมุ่งมั่นที่จะช่วยแก้ไขปัญหาให้เกิดผลอย่างแท้จริง โดยคำถามนั้นได้แก่ เด็ก ๆ จะออกแบบการแก้ไขปัญหานวัฒกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่ใคร? ให้เด็ก ๆ เลือกบุคคลที่อยากช่วยเหลือ อาจจะเป็นเพื่อนของเค้าเอง หรือคุณยายที่บ้าน ให้เด็ก ๆ พูดคุยสอบถามและจดรายละเอียดความต้องการของผู้ใช้และปัญหาที่เจอไว้
  • Define : เมื่อรับทราบถึงปัญหาก็ถึงขั้นตอนที่จะแจกแจงและระบุปัญหาที่เกิดขึ้น
  • Discover : จุดเริ่มต้นของความสนุก ซึ่งขั้นตอนนี้เด็ก ๆ จะได้ระดมสมอง และใช้ทักษะความสร้างสรรค์อย่างเต็มที่! โดยไม่มีกรอบและข้อจำกัดใด ๆ สามารถเสนอไอเดียที่อย่างอิสระเสรี
  • Develop : นำแนวคิดต่าง ๆ มาเลือกสรรเพื่อหาทางออกที่ใช้ได้จริง โดยใช้วัสดุและวิธีการที่แตกต่างและหลายหลายมาลองทำเพื่อทำให้แนวคิดที่ออกแบบไว้นั้นสามารถเกิดขึ้นได้จริง ในขั้นตอนนี้เด็ก ๆ จะได้ฝึกทักษะการสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา และฝึกความยืดหยุ่น
  • Deliver : เมื่อได้แนวทางหรือนวัฒกรรมที่จะแก้ไขปัญหาแล้ว เด็ก ๆ จะได้มีโอกาสในการนำเสนอ และอธิบายสิ่งที่ตนเองคิดค้น รวมไปถึงวิธีการใช้อย่างภาคภูมิใจ
  • Determine : คุณครูใช้โอกาสนี้ในการช่วยส่งเสริมเด็ก ๆ โดยการสอบถามคำถามต่าง ๆ ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาแบบนี้ปลอดภัยมั้ย? ได้ลองทำแบบนี้สนุกมั้ย? คราวหน้าจะพัฒนาให้ดีกว่านี้ได้อย่างไร? และนวัฒกรรมนี้สามารถแก้ปัญหาแก่ผู้ใช้ได้จริงหรือไม่? เพื่อผลักดันและสนับสนุนให้เด็ก ๆ เกิดแนวคิดที่จะพัฒนาต่อยอดสิ่งประดิษฐ์นี้ให้ดียิ่งขึ้นไปในอนาคต

จะเห็นได้ว่าการประยุกต์แนวคิด Design Thinking มาใช้กับการเรียนการสอนที่ D-PREP มีความแปลกใหม่ เพิ่มพูนทักษะที่จำเป็น นำไปประยุกต์ใช้ได้จริง (Life Skill) และทัดเทียมกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา การเปลี่ยนแปลงการศึกษา หรือหลักสูตรที่แปลกใหม่ ส่งผลดีต่อการเตรียมความพร้อมให้เด็ก ๆ เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ มีความยืดหยุ่น และมีความคิดในการที่อยากจะพัฒนาเพื่อช่วยเหลือและส่งเสริมสังคมและชุมชนรอบข้างในดำเนินไปด้วยกันอย่างมั่นคงและถาวร

บทความแนะนำ

หากท่านสนใจเข้าเยี่ยมชมโรงเรียนสามารถติดต่อได้ที่

Address :
D-PREP International School
38, 38/1-3, 39, Moo 6,
Bangna Trad Rd., Km. 8,
Bang Kaeo, Bang Phli District,
Samut Prakan, Thailand 10540

Email: info@didyasarin
Google Map: https://info.dprep.ac.th/directions
เบอร์ติดต่อ: 02-105-1757, 082-1515922
Website : www.dprep.ac.th
Facebook: DprepSchool
Line: @d-prep
IG : @dprepschool

About The Author