เลือกภาษา

5/5

Open

House

เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว
20 มีนาคม 2567

Open House
เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว 20 มีนาคม 2567
Soft Skills คือทักษะอะไร? ทำไมถึงจำเป็นกับเด็กยุคปัจจุบัน

Soft Skills คือทักษะอะไร? ทำไมถึงจำเป็นกับเด็กยุคปัจจุบัน

Soft skills คืออะไร

Soft Skills คือทักษะอะไร? ทำไมถึงจำเป็นกับเด็กยุคปัจจุบัน

พ่อแม่ทุกคนต่างมุ่งหวังที่จะมอบสิ่งดีดีให้กับลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการศึกษา และการส่งเสริมความรู้ด้านวิชาการ เพื่อที่จะให้ลูกเติบโตไปมีทักษะอาชีพ มีความสามารถรอบด้าน ซึ่งทักษะเหล่านี้ถูกจัดว่าเป็น Hard Skills ที่มุ่งเน้นในเรื่องของความรู้ทางด้านทฤษฎีเพียงอย่างเดียว และอาจจะไม่เพียงพอกับเด็กในยุคปัจจุบัน จึงมีอีกหนึ่งทักษะสำคัญที่เข้ามามีบทบาท และได้รับการพูดถึงอย่างมากนั่นคือ “Soft Skills” โดย Soft Skills เป็นทักษะที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาศักยภาพทางด้านอารมณ์ สังคม มนุษยสัมพันธ์ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการใช้ชีวิตและการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม

ซึ่งที่โรงเรียนนานาชาติ D-PREP ได้เล็งเห็นถึงการพัฒนาทักษะสำคัญของเด็กในยุคปัจจุบัน  จึงมุ่งเน้นให้หลักสูตรการเรียนการสอนมีการสอดแทรก Soft Skills ในด้านต่าง ๆ เข้าไปในทุก ๆ หลักสูตร โดยมุ่งเน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง (Experiential learning) ให้เด็กได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะทั้ง Hard Skills ไปพร้อมๆ กับ Soft Skills เป็นการเรียนผ่านประสบการณ์และการลงมือทำ จะทำให้เด็กได้เรียนรู้การวางแผน แก้ปัญหา ความคิดริเริ่มสร้างสรรค​​์ การมีปฏิสัมพันธ์และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ฯลฯ ซึ่งจะเกิดการพัฒนาศักยภาพแบบองค์รวมในทุก ๆ ด้านโดยเฉพาะทักษะการใช้ชีวิต (Life Skills)

ทำความรู้จัก Soft Skills คืออะไร ? ทำไมถึงสำคัญ ?

Soft Skills คือทักษะสำคัญที่เกิดจากการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์การใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความสามารถด้านอารมณ์ การพัฒนาตนเอง และการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับสติปัญญาแต่ละด้าน ดังนี้

  1. ด้านความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Quotient; EQ) คือ ทักษะความสามารถในการรับรู้ เข้าใจความรู้สึกตนเองและผู้อื่น ควบคุมการแสดงออกได้อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งรู้วิธีจัดการอารมณ์ที่เกิดขึ้นทั้งของตนเองและผู้อื่นได้เป็นอย่างดี เช่น การรู้จักยับยั้งชั่งใจ มองโลกในแง่ดี การรู้จักรอคอย และการรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา เป็นต้น
  2. ด้านความฉลาดในการแก้ไขปัญหา (Adversity Quotient; AQ) คือ ทักษะความสามารถในการปรับตัวอย่างหยืดหยุ่น พร้อมเผชิญหน้ากับปัญหาต่าง ๆ ได้ดี พยายามหาแนวทางแก้ไข และกล้าที่จะยอมรับความผิดพลาดและลองใหม่อีกครั้งจนประสบความสำเร็จได้ด้วยตนเอง
  3. ด้านความฉลาดในการริเริ่มสร้างสรรค์ (Creativity Quotient; CQ) คือทักษะความคิดเชิงจินตนาการที่สามารถปรับเปลี่ยนประยุกต์แนวคิดใหม่ๆ และแสวงหาวิธีการใหม่ ๆ อยู่เสมอ
  4. ด้านความฉลาดทางสังคม (Social Quotient; SQ) คือ ทักษะการที่สามารถปรับตัวอยู่ร่วมกับผู้อื่น เห็นใจผู้อื่น เห็นแก่ส่วนรวม ยอมรับความแตกต่าง และไม่กดขี่ผู้อื่นที่มีสถานะทางสังคมต่ำกว่าตน

ซึ่งในยุคปัจจุบันที่มีการแข่งขันกันสูง ทักษะทางวิชาชีพอย่าง Hard Skill อย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ควรพัฒนาและมุ่งเน้นถึงความสำคัญของทักษะ Soft Skill ตั้งแต่ในวัยเด็กควบคู่ไปด้วย เพื่อให้เด็ก ๆ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่พร้อมในทุก ๆ ด้าน

soft skills กับ hard skills ต่างกันอย่างไร

Soft Skills ต่างจาก Hard skills อย่างไร?

Hard Skills เป็นทักษะด้านวิชาชีพ เรียนรู้ผ่านการฝึกฝนโดยชำนาญ มีระดับการวัดผลได้อย่างชัดเจนเป็นคะแนน ใบประกาศ หรือเป็นเกรด เช่น ทักษะการเรียน ทักษะการอ่านเขียน ทักษะการคำนวณ ทักษะภาษา ทักษะการทำอาหาร ทักษะวิชาช่าง ทักษะทางวิชาการเหล่านี้มีสอนในโรงเรียนและสามารถนำไปต่อยอดในการใช้ประกอบอาชีพหาเลี้ยงตัวในอนาคตได้

ส่วน Soft Skills เป็นทักษะด้านอารมณ์ สังคม การคิด การปรับตัวตามสภาพแวดล้อม การหล่อหลอมปลูกฝังและฝึกฝนจากในครอบครัว ในสังคม และโรงเรียน เป็นทักษะที่ควรฝูงฝังตั้งแต่ในวัยเด็ก จะช่วยเพิ่มความโดดเด่น ให้เด็กมีความแตกต่างจากผู้อื่น และช่วยสร้างโอกาสให้เด็กประสบความสำเร็จได้มากขึ้น และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์แบบ ไม่เพียงแต่มีความรู้ด้านวิชาการเพียงอย่างเดียว ยังมีความเป็น “มืออาชีพ” เป็นที่ต้องการขององค์กรการทำงาน และมีทักษะในการครองตนให้อยู่ได้เป็นอย่างดีและมีความสุขในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา

ในปัจจุบันทักษะ Soft Skill เข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำงานมากยิ่งขึ้น เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกเข้าทำงานในที่ต่างๆ ฝ่ายบุคคลมักถามผู้สมัครว่า “คุณคิดว่าตัวเองนั้นแตกต่างจากคนอื่นอย่างไร?” หรือ “สิ่งไหนที่ทำให้คุณโดดเด่นจากผู้อื่น” เกณฑ์ที่มักจะได้รับการพิจารณาเป็นอันดับต้นๆ คือ  ผู้สมัครแสดงถึงภาวะความเป็นผู้นำ สามารถทำงานเป็นทีมได้ดี สามารถทำงานภายใต้ความกดดันได้ดี หรือแม้กระทั่งมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และชอบทำสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นทักษะ Soft Skill ทั้งสิ้น

สอดคล้องกับการศึกษาของสถาบันวิจัยในสหรัฐอเมริกาอย่าง Childrentrends ที่ศึกษาวิจัยในกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุระหว่าง 15-29 ปี พบว่าการทำงานที่มีทักษะ Soft Skill ไม่ว่าจะเป็น ความมั่นใจที่เหมาะสม การมีทัศนคติที่ดี มีความสม่ำเสมอ มีทักษะในการเข้าสังคม ล้วนมีผลต่อการได้รับโอกาสในการทำงานและเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน 

(ref: https://www.childtrends.org/publications/key-soft-skills-that-foster-youth-workforce-success-toward-a-consensus-across-fields

เด็กที่ขาดทักษะ Soft Skills จะส่งผลกระทบอย่างไร?

ทักษะ Soft Skills หากให้คำนิยามแบบสั้นกระชับ คือ “ทักษะการใช้ชีวิต” ถ้าไม่ฝึกฝนตั้งแต่ในวัยเด็กจนทำให้ขาดทักษะ Soft Skills ไป จะส่งผลต่อทักษะชีวิตในอนาคต ดังต่อไปนี้

  • ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ลำบาก
  • ขาดความมั่นใจ ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น 
  • ไม่กล้าเผชิญกับปัญหา ท้อถอยเมื่อเจออุปสรรค
  • เมื่อเจอความล้มเหลวจะไม่สามารถดึงตัวเองให้กลับมาสู้ต่อได้
  • ไม่รู้ศิลปะในการสื่อสารกับผู้อื่น ปรับตัวเข้ากับสังคมได้ยาก 
  • ไม่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และจินตนาการ
Soft skill ที่จำเป็นค้องมีอะไรบ้าง

Soft Skills ที่จำเป็นสำหรับเด็ก มีอะไรบ้าง?

Soft Skill เป็นทักษะ​ที่ทาง D-PREP ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและมุ่งเน้นหล่อหลอมให้เด็ก ๆ ทุกคน ฝึกฝนและเรียนรู้ผ่านหลักสูตรที่มีชื่อว่า “Life Skills” ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ส่งเสริมให้เด็ก ๆ มีทักษะในด้านต่าง ๆ แบบองค์รวม ซึ่งทักษะ Soft Skill ที่จำเป็นสำหรับเด็ก มีดังต่อไปนี้

1. ทักษะการคิดแบบทัศนคติเชิงบวก (Positive Attitude)

เป็นทักษะที่ฝึกฝนและสร้างความรู้สึกให้เด็กมองเห็นคุณค่าในตัวเอง (Self Esteem) และเชื่อมั่นว่า “ฉันทำได้” เปิดกว้างในเรื่องของความคิดต่อการมองโลก มองอุปสรรคเป็นโอกาสในการได้เติบโตและเห็นเป็นความท้าทายที่ได้ลองสิ่งใหม่ ซึ่งในวัยเด็กนั้นล้วนแต่มีความรู้สึกอยากรู้ อยากลอง โดยพ่อแม่และโรงเรียนมีบทบาทในการส่งเสริมทัศนคติเชิงบวกแบบนี้โดยการไม่ปิดกั้นความคิดของเด็ก และส่งเสริมให้เด็กได้ลองทำให้สิ่งใหม่ๆ และได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ

2. ทักษะการสื่อสาร (Communication)

เป็นทักษะที่ฝึกฝนในเรื่องการพูด การฟังจับใจความและการสื่อสารออกไปอย่างเหมาะสม การที่มีทักษะการสื่อสารที่ดีนั้นจะส่งผลให้การทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างราบรื่น ต่างฝ่ายต่างเข้าใจกัน และช่วยยุติข้อบาดหมาง การที่เป็นผู้ที่มีทักษะการสื่อสารที่ดีนั้นควรรับฟังอย่างเปิดใจและไม่มีอคติ เลือกใช้ระดับภาษาที่เหมาะสมกับผู้สนทนาหรือผู้ฟัง สามารถเรียงลำดับการพูด ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย มีทักษะในการใช้ท่าทางประกอบการสื่อสาร (Body Language) ที่ดี

3. ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ เป็นเหตุและผล (Critical Thinking)

เป็นทักษะที่ฝึกฝนการคิดโดยใช้ตรรกะ เป็นเหตุและผล โดยสามารถตั้งสมมุติฐานและหาข้อสรุปอย่างมีหลักการชัดเจน มีการโต้แย้งและแสดงคามคิดเห็นโดยใช้เหตุผลที่เชื่อถือได้ โดยที่ D-PREP มีหลักสูตร EL (Expeditionary Learning) ที่มุ่งเน้นให้เด็ก ๆ ได้ฝึกฝนกระบวนการคิด และการตั้งคำถาม โดยเปิดโอกาสให้ได้ไปเจอประสบการณ์จริง และร่วมทำงานกับผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ โดยตรง

4. ทักษะการเป็นผู้นำ (Leadership)

เป็นทักษะที่ฝึกฝนให้เด็กเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่มีทัศนคติและวิสัยทัศน์ที่จะนำทีมไปสู่ความสำเร็จ ไม่เฉพาะการเป็นผู้นำในที่ทำงาน แต่รวมไปถึงผู้นำเมื่อเจอภาวะต่าง ๆ รอบตัว การนำมาทีมไปสู่เป้าหมายที่ถูกต้องและปลอดภัยก็ถือว่าเป็นภาวะผู้นำที่ดี การให้เด็ก ๆ ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมจริงในสังคม และพบเจอประสบการณ์จริงในชีวิตจะช่วยให้เด็ก ๆ เพิ่มพูนทักษะความเป็นผู้นำที่ดีได้ พร้อมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น พร้อมรับมือกับแรงกดดันที่เกิดขึ้น และกล้าลงมือทำในสิ่งที่ดีและเหมาะสม

5. ทักษะการเข้าสังคม (Interpersonal skills and social skills)

เป็นทักษะที่ฝึกฝนความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่อยู่ได้เป็นอย่างดี โดยเคารพความแตกต่างของผู้คน เห็นอกเห็นใจผู้อื่น เข้าใจผู้อื่น และนำปัญหาของผู้อื่นมาใส่ใจตน และไม่กดขี่ผู้อื่นที่มีสถานะทางสังคมต่ำกว่าตน

6. ทักษะการควบคุมอารมณ์ (Emotional skills)

เป็นทักษะที่ฝึกฝนให้สามารถยับยั้งและรู้จักการแสดงออกของตนเองได้อย่างเหมาะสมตามสถานการณ์ รู้เท่าทันอารมณ์ รู้จักวิธีการระงับอารมณ์โกรธ เศร้า หรือเสียใจได้อย่างเหมาะสม และหาวิธีทางการระบายออกได้อย่างถูกวิธี เช่น หากรู้สึกโกรธแทนที่จะทุบข้าวของและทำร้ายเพื่อน เปลี่ยนไปเลือกทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น วาดภาพระบายสี หรือการตีกลองเพื่อระบายอารมณ์โกรธ

7. ทักษะการทำงานเป็นทีม (Teamwork)

เป็นทักษะที่ฝึกฝนให้สามารถทำงานร่วมกันผู้อื่มพร้อมทำขับเคลื่อนเป้าหมายร่วมกันให้ลุล่วง ซึ่งที่ D-PREP มีหลักสูตรที่ส่งเสริมให้เด็ก ๆ ตั้งแต่ในระดับประถม (Elementary) และระดับมัธยม (Secondary) ได้ออกไปสัมผัสประสบการณ์จริงในเรื่องที่ตนเองสนใจ ผ่านการทำ project ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานเป็นทีม ฝึกการรับฟังผู้อื่น การระดมความคิด ได้เข้าไปทำงานร่วมกับชุมชนรอบข้าง และทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชานั้น ๆ โดยตรง

8. ทักษะความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการ (Creativity and Imagination)

เป็นทักษะที่ยิ่งพัฒนาได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี โดยเฉพาะวัยเด็กเป็นวัยที่มีจินตนาการสูง ปราศจากข้อจำกัดทางความคิด การที่เด็กกล้าที่จะฝัน มีความคิดกว้างไกล คิดได้หลายทิศทาง มีจินตนาการในการทำสิ่งต่าง ๆ ที่คิดให้เป็นจริงได้ เป็นจุดสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโลกเสมอ ก่อให้เกิดนวัฒกรรมใหม่ๆ บทเพลงใหม่ งานเขียนใหม่ ซึ่งที่ D-PREP มีความพร้อมทั้งรอบด้านในการส่งเสริมเด็ก ๆ ให้ได้ใช้จินตนาการอย่างเต็มที่ทั้งทางด้านศิลปะ เทคโนโลยี และกิจกรรมต่างๆ

9. ทักษะการจัดการเวลา (Time Management)

เป็นทักษะที่ฝึกฝนให้สามารถใช้เวลาที่มี 24 ชั่วโมงเท่ากันไปกับการทำสิ่งที่ชอบและเป็นประโยชน์ทั้งกับตัวเองและสังคม สามารถวางแผนและจัดการเรียงลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำก่อน-หลัง รวมไปถึงสามารถกำหนดเป้าหมายว่าจะทำอะไรบ้างในช่วงเวลาที่จำกัด และทำให้สำเร็จจนเป็นนิสัย ซึ่งเป็นทักษะที่ต้องใช้เวลาหล่อหลอม และมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

10. ทักษะการใฝ่เรียนรู้ตลาดเวลา (Curiosity and Lifelong Learning)

เป็นทักษะที่ฝึกฝนให้เกิดความสงสัยใครรู่เป็นจุดเริ่มต้นในการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด ทำให้เด็ก ๆ มีความใฝ่รู้ ค้นคว้าหาความรู้ใหม่ ๆ  และศึกษาทดลองทำสิ่งใหม่ๆ เสมอ ซึ่งจะส่งเสริมทักษะในโลกปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปิดโลกให้กว้างขึ้น และโรงเรียนมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้เด็ก ๆ ฝึกตั้งเป้าหมาย เรียนรู้และพัฒนาตนเองไปสู่จุดมุ่งหมายที่ต้องการ

11. ทักษะการปรับตัวที่เหมาะสม (Flexibility & Adaptability)

เป็นทักษะที่ฝึกฝนให้มีความยืดหยุ่นในการจัดการบริหารบริบทต่าง ๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นสังคม เทคโนโลยี และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในทุกวัน หรือแม้กระทั่งในที่ทำงาน การที่เปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ สามารถปรับเปลี่ยนมุมมองให้ทันยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป กล้าที่จะเผชิญความเสี่ยงของการเปลี่ยนแปลงและพร้อมปรับตัวเพื่อให้อยู่รอดได้เสมอ

จะเห็นได้ว่าการเติบโตจากวัยเด็กสู่วัยผู้ใหญ่ภายใต้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นในปัจจุบันนั้นไม่ง่าย ทักษะวิชาชีพต่างๆ ที่เด็กได้เรียนรู้จากในโรงเรียนอย่าง Hard Skills เพียงอย่างเดียวนั้นคงไม่เพียงพอ ดังนั้นการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพทั้ง Hard Skills ควบคู่ไปกับ Soft Skills จึงนับว่าเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญของเด็กในยุคปัจจุบัน

การพัฒนา Soft Skill ในด้านต่างๆ ข้างต้น จึงเป็นเป้าหมายที่ทาง D-PREP ตั้งปณิธานและมุ่งมั่นถ่ายทอดผ่าน ค่านิยม 10 ประการของ D-PREP (10 D-PREP Core Values) ให้กับสมาชิกทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน ผู้ปกครอง คุณครูและบุคลากรในองค์กร ตัวอย่างเช่น การส่งเสริมให้มีความกล้าหาญ มุ่งมั่น และกล้าตัดสินใจ ควบคู่ไปกับมีความเมตตา รู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิตบนพื้นฐานจริยธรรมที่ดีงาม ฯลฯ เพื่อให้ทุกท่านมีเป้าหมายเป็นหนึ่งเดียวกัน คือ การร่วมมือกันสร้างสรรค์บุคลากรที่มีคุณภาพควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต และให้ทุกท่านมั่นใจได้ว่าภายใต้การดูแลของ D-PREP ลูกหลานของท่าน จะสามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ อยู่ในสังคมได้อย่างมั่นคงและมีความสุข

Ref

บทความแนะนำ

หากท่านสนใจเข้าเยี่ยมชมโรงเรียนสามารถติดต่อได้ที่

Address :
D-PREP International School
38, 38/1-3, 39, Moo 6,
Bangna Trad Rd., Km. 8,
Bang Kaeo, Bang Phli District,
Samut Prakan, Thailand 10540

Email: info@didyasarin
Google Map: https://info.dprep.ac.th/directions
เบอร์ติดต่อ: 02-105-1757, 082-1515922
Website : www.dprep.ac.th
Facebook: DprepSchool
Line: @d-prep
IG : @dprepschool

Related Blog

5 วิธีช่วยพัฒนาให้เด็กมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

ความเห็นอกเห็นใจเป็นทักษะชีวิตที่สำคัญในการพัฒนาทางสังคมและอารมณ์ของเด็ก ส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นและความเป็นอยู่โดยรวม โดยทำให้พวกเขาฝึกความเข้าใจและแบ่งปันความรู้สึกของผู้อื่น

วิธีเลือก Career path ที่เหมาะสมให้กับลูก

พ่อแม่ทุกคนปรารถนาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูก และการชี้นำพวกเขาไปสู่เส้นทางอาชีพ หรือ career path ที่ถูกต้องถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับอนาคตของพวกเขา เส้นทางอาชีพเป็นตัวกำหนดชีวิตของเด็ก และในฐานะผู้ปกครอง คุณมีบทบาทสำคัญในการปรับชีวิตให้สอดคล้องกับความหลงใหลและความสามารถของพวกเขา
lifelong learners children

แนะนำ 8 เคล็ดลับในการเลี้ยงลูกให้เป็น “Lifelong Learners”

เป็นเรื่องปกติที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องการให้ลูกเติบโตด้วยความกระตือรือร้น ต้องการที่จะเรียนรู้อย่างแท้จริง และการเลี้ยงลูกเพื่อให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิตจะทำให้เขาพัฒนาตนเองได้ต่อเนื่องตลอดชีวิต

Unlock Your Child's Potential: Explore Our Curriculum & Connect with Admissions!

Get one-on-one support & tailored advice: Chat directly with our admissions team who will answer your specific questions about the curriculum and guide you through the enrollment process smoothly.