Soft Skills คือทักษะอะไร? ทำไมถึงจำเป็นกับเด็กยุคปัจจุบัน

Soft skills คืออะไร

Soft Skills คือทักษะอะไร? ทำไมถึงจำเป็นกับเด็กยุคปัจจุบัน

พ่อแม่ทุกคนต่างมุ่งหวังที่จะมอบสิ่งดีดีให้กับลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการศึกษา และการส่งเสริมความรู้ด้านวิชาการ เพื่อที่จะให้ลูกเติบโตไปมีทักษะอาชีพ มีความสามารถรอบด้าน ซึ่งทักษะเหล่านี้ถูกจัดว่าเป็น Hard Skills ที่มุ่งเน้นในเรื่องของความรู้ทางด้านทฤษฎีเพียงอย่างเดียว และอาจจะไม่เพียงพอกับเด็กในยุคปัจจุบัน จึงมีอีกหนึ่งทักษะสำคัญที่เข้ามามีบทบาท และได้รับการพูดถึงอย่างมากนั่นคือ “Soft Skills” โดย Soft Skills เป็นทักษะที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาศักยภาพทางด้านอารมณ์ สังคม มนุษยสัมพันธ์ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการใช้ชีวิตและการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม

ซึ่งที่โรงเรียนนานาชาติ D-PREP ได้เล็งเห็นถึงการพัฒนาทักษะสำคัญของเด็กในยุคปัจจุบัน  จึงมุ่งเน้นให้หลักสูตรการเรียนการสอนมีการสอดแทรก Soft Skills ในด้านต่าง ๆ เข้าไปในทุก ๆ หลักสูตร โดยมุ่งเน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง (Experiential learning) ให้เด็กได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะทั้ง Hard Skills ไปพร้อมๆ กับ Soft Skills เป็นการเรียนผ่านประสบการณ์และการลงมือทำ จะทำให้เด็กได้เรียนรู้การวางแผน แก้ปัญหา ความคิดริเริ่มสร้างสรรค​​์ การมีปฏิสัมพันธ์และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ฯลฯ ซึ่งจะเกิดการพัฒนาศักยภาพแบบองค์รวมในทุก ๆ ด้านโดยเฉพาะทักษะการใช้ชีวิต (Life Skills)

ทำความรู้จัก Soft Skills คืออะไร ? ทำไมถึงสำคัญ ?

Soft Skills คือทักษะสำคัญที่เกิดจากการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์การใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความสามารถด้านอารมณ์ การพัฒนาตนเอง และการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับสติปัญญาแต่ละด้าน ดังนี้

  1. ด้านความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Quotient; EQ) คือ ทักษะความสามารถในการรับรู้ เข้าใจความรู้สึกตนเองและผู้อื่น ควบคุมการแสดงออกได้อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งรู้วิธีจัดการอารมณ์ที่เกิดขึ้นทั้งของตนเองและผู้อื่นได้เป็นอย่างดี เช่น การรู้จักยับยั้งชั่งใจ มองโลกในแง่ดี การรู้จักรอคอย และการรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา เป็นต้น
  2. ด้านความฉลาดในการแก้ไขปัญหา (Adversity Quotient; AQ) คือ ทักษะความสามารถในการปรับตัวอย่างหยืดหยุ่น พร้อมเผชิญหน้ากับปัญหาต่าง ๆ ได้ดี พยายามหาแนวทางแก้ไข และกล้าที่จะยอมรับความผิดพลาดและลองใหม่อีกครั้งจนประสบความสำเร็จได้ด้วยตนเอง
  3. ด้านความฉลาดในการริเริ่มสร้างสรรค์ (Creativity Quotient; CQ) คือทักษะความคิดเชิงจินตนาการที่สามารถปรับเปลี่ยนประยุกต์แนวคิดใหม่ๆ และแสวงหาวิธีการใหม่ ๆ อยู่เสมอ
  4. ด้านความฉลาดทางสังคม (Social Quotient; SQ) คือ ทักษะการที่สามารถปรับตัวอยู่ร่วมกับผู้อื่น เห็นใจผู้อื่น เห็นแก่ส่วนรวม ยอมรับความแตกต่าง และไม่กดขี่ผู้อื่นที่มีสถานะทางสังคมต่ำกว่าตน

ซึ่งในยุคปัจจุบันที่มีการแข่งขันกันสูง ทักษะทางวิชาชีพอย่าง Hard Skill อย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ควรพัฒนาและมุ่งเน้นถึงความสำคัญของทักษะ Soft Skill ตั้งแต่ในวัยเด็กควบคู่ไปด้วย เพื่อให้เด็ก ๆ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่พร้อมในทุก ๆ ด้าน

soft skills กับ hard skills ต่างกันอย่างไร

Soft Skills ต่างจาก Hard skills อย่างไร?

Hard Skills เป็นทักษะด้านวิชาชีพ เรียนรู้ผ่านการฝึกฝนโดยชำนาญ มีระดับการวัดผลได้อย่างชัดเจนเป็นคะแนน ใบประกาศ หรือเป็นเกรด เช่น ทักษะการเรียน ทักษะการอ่านเขียน ทักษะการคำนวณ ทักษะภาษา ทักษะการทำอาหาร ทักษะวิชาช่าง ทักษะทางวิชาการเหล่านี้มีสอนในโรงเรียนและสามารถนำไปต่อยอดในการใช้ประกอบอาชีพหาเลี้ยงตัวในอนาคตได้

ส่วน Soft Skills เป็นทักษะด้านอารมณ์ สังคม การคิด การปรับตัวตามสภาพแวดล้อม การหล่อหลอมปลูกฝังและฝึกฝนจากในครอบครัว ในสังคม และโรงเรียน เป็นทักษะที่ควรฝูงฝังตั้งแต่ในวัยเด็ก จะช่วยเพิ่มความโดดเด่น ให้เด็กมีความแตกต่างจากผู้อื่น และช่วยสร้างโอกาสให้เด็กประสบความสำเร็จได้มากขึ้น และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์แบบ ไม่เพียงแต่มีความรู้ด้านวิชาการเพียงอย่างเดียว ยังมีความเป็น “มืออาชีพ” เป็นที่ต้องการขององค์กรการทำงาน และมีทักษะในการครองตนให้อยู่ได้เป็นอย่างดีและมีความสุขในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา

ในปัจจุบันทักษะ Soft Skill เข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำงานมากยิ่งขึ้น เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกเข้าทำงานในที่ต่างๆ ฝ่ายบุคคลมักถามผู้สมัครว่า “คุณคิดว่าตัวเองนั้นแตกต่างจากคนอื่นอย่างไร?” หรือ “สิ่งไหนที่ทำให้คุณโดดเด่นจากผู้อื่น” เกณฑ์ที่มักจะได้รับการพิจารณาเป็นอันดับต้นๆ คือ  ผู้สมัครแสดงถึงภาวะความเป็นผู้นำ สามารถทำงานเป็นทีมได้ดี สามารถทำงานภายใต้ความกดดันได้ดี หรือแม้กระทั่งมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และชอบทำสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นทักษะ Soft Skill ทั้งสิ้น

สอดคล้องกับการศึกษาของสถาบันวิจัยในสหรัฐอเมริกาอย่าง Childrentrends ที่ศึกษาวิจัยในกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุระหว่าง 15-29 ปี พบว่าการทำงานที่มีทักษะ Soft Skill ไม่ว่าจะเป็น ความมั่นใจที่เหมาะสม การมีทัศนคติที่ดี มีความสม่ำเสมอ มีทักษะในการเข้าสังคม ล้วนมีผลต่อการได้รับโอกาสในการทำงานและเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน 

(ref: https://www.childtrends.org/publications/key-soft-skills-that-foster-youth-workforce-success-toward-a-consensus-across-fields

เด็กที่ขาดทักษะ Soft Skills จะส่งผลกระทบอย่างไร?

ทักษะ Soft Skills หากให้คำนิยามแบบสั้นกระชับ คือ “ทักษะการใช้ชีวิต” ถ้าไม่ฝึกฝนตั้งแต่ในวัยเด็กจนทำให้ขาดทักษะ Soft Skills ไป จะส่งผลต่อทักษะชีวิตในอนาคต ดังต่อไปนี้

  • ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ลำบาก
  • ขาดความมั่นใจ ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น 
  • ไม่กล้าเผชิญกับปัญหา ท้อถอยเมื่อเจออุปสรรค
  • เมื่อเจอความล้มเหลวจะไม่สามารถดึงตัวเองให้กลับมาสู้ต่อได้
  • ไม่รู้ศิลปะในการสื่อสารกับผู้อื่น ปรับตัวเข้ากับสังคมได้ยาก 
  • ไม่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และจินตนาการ
Soft skill ที่จำเป็นค้องมีอะไรบ้าง

Soft Skills ที่จำเป็นสำหรับเด็ก มีอะไรบ้าง?

Soft Skill เป็นทักษะ​ที่ทาง D-PREP ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและมุ่งเน้นหล่อหลอมให้เด็ก ๆ ทุกคน ฝึกฝนและเรียนรู้ผ่านหลักสูตรที่มีชื่อว่า “Life Skills” ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ส่งเสริมให้เด็ก ๆ มีทักษะในด้านต่าง ๆ แบบองค์รวม ซึ่งทักษะ Soft Skill ที่จำเป็นสำหรับเด็ก มีดังต่อไปนี้

1. ทักษะการคิดแบบทัศนคติเชิงบวก (Positive Attitude)

เป็นทักษะที่ฝึกฝนและสร้างความรู้สึกให้เด็กมองเห็นคุณค่าในตัวเอง (Self Esteem) และเชื่อมั่นว่า “ฉันทำได้” เปิดกว้างในเรื่องของความคิดต่อการมองโลก มองอุปสรรคเป็นโอกาสในการได้เติบโตและเห็นเป็นความท้าทายที่ได้ลองสิ่งใหม่ ซึ่งในวัยเด็กนั้นล้วนแต่มีความรู้สึกอยากรู้ อยากลอง โดยพ่อแม่และโรงเรียนมีบทบาทในการส่งเสริมทัศนคติเชิงบวกแบบนี้โดยการไม่ปิดกั้นความคิดของเด็ก และส่งเสริมให้เด็กได้ลองทำให้สิ่งใหม่ๆ และได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ

2. ทักษะการสื่อสาร (Communication)

เป็นทักษะที่ฝึกฝนในเรื่องการพูด การฟังจับใจความและการสื่อสารออกไปอย่างเหมาะสม การที่มีทักษะการสื่อสารที่ดีนั้นจะส่งผลให้การทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างราบรื่น ต่างฝ่ายต่างเข้าใจกัน และช่วยยุติข้อบาดหมาง การที่เป็นผู้ที่มีทักษะการสื่อสารที่ดีนั้นควรรับฟังอย่างเปิดใจและไม่มีอคติ เลือกใช้ระดับภาษาที่เหมาะสมกับผู้สนทนาหรือผู้ฟัง สามารถเรียงลำดับการพูด ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย มีทักษะในการใช้ท่าทางประกอบการสื่อสาร (Body Language) ที่ดี

3. ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ เป็นเหตุและผล (Critical Thinking)

เป็นทักษะที่ฝึกฝนการคิดโดยใช้ตรรกะ เป็นเหตุและผล โดยสามารถตั้งสมมุติฐานและหาข้อสรุปอย่างมีหลักการชัดเจน มีการโต้แย้งและแสดงคามคิดเห็นโดยใช้เหตุผลที่เชื่อถือได้ โดยที่ D-PREP มีหลักสูตร EL (Expeditionary Learning) ที่มุ่งเน้นให้เด็ก ๆ ได้ฝึกฝนกระบวนการคิด และการตั้งคำถาม โดยเปิดโอกาสให้ได้ไปเจอประสบการณ์จริง และร่วมทำงานกับผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ โดยตรง

4. ทักษะการเป็นผู้นำ (Leadership)

เป็นทักษะที่ฝึกฝนให้เด็กเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่มีทัศนคติและวิสัยทัศน์ที่จะนำทีมไปสู่ความสำเร็จ ไม่เฉพาะการเป็นผู้นำในที่ทำงาน แต่รวมไปถึงผู้นำเมื่อเจอภาวะต่าง ๆ รอบตัว การนำมาทีมไปสู่เป้าหมายที่ถูกต้องและปลอดภัยก็ถือว่าเป็นภาวะผู้นำที่ดี การให้เด็ก ๆ ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมจริงในสังคม และพบเจอประสบการณ์จริงในชีวิตจะช่วยให้เด็ก ๆ เพิ่มพูนทักษะความเป็นผู้นำที่ดีได้ พร้อมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น พร้อมรับมือกับแรงกดดันที่เกิดขึ้น และกล้าลงมือทำในสิ่งที่ดีและเหมาะสม

5. ทักษะการเข้าสังคม (Interpersonal skills and social skills)

เป็นทักษะที่ฝึกฝนความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่อยู่ได้เป็นอย่างดี โดยเคารพความแตกต่างของผู้คน เห็นอกเห็นใจผู้อื่น เข้าใจผู้อื่น และนำปัญหาของผู้อื่นมาใส่ใจตน และไม่กดขี่ผู้อื่นที่มีสถานะทางสังคมต่ำกว่าตน

6. ทักษะการควบคุมอารมณ์ (Emotional skills)

เป็นทักษะที่ฝึกฝนให้สามารถยับยั้งและรู้จักการแสดงออกของตนเองได้อย่างเหมาะสมตามสถานการณ์ รู้เท่าทันอารมณ์ รู้จักวิธีการระงับอารมณ์โกรธ เศร้า หรือเสียใจได้อย่างเหมาะสม และหาวิธีทางการระบายออกได้อย่างถูกวิธี เช่น หากรู้สึกโกรธแทนที่จะทุบข้าวของและทำร้ายเพื่อน เปลี่ยนไปเลือกทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น วาดภาพระบายสี หรือการตีกลองเพื่อระบายอารมณ์โกรธ

7. ทักษะการทำงานเป็นทีม (Teamwork)

เป็นทักษะที่ฝึกฝนให้สามารถทำงานร่วมกันผู้อื่มพร้อมทำขับเคลื่อนเป้าหมายร่วมกันให้ลุล่วง ซึ่งที่ D-PREP มีหลักสูตรที่ส่งเสริมให้เด็ก ๆ ตั้งแต่ในระดับประถม (Elementary) และระดับมัธยม (Secondary) ได้ออกไปสัมผัสประสบการณ์จริงในเรื่องที่ตนเองสนใจ ผ่านการทำ project ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานเป็นทีม ฝึกการรับฟังผู้อื่น การระดมความคิด ได้เข้าไปทำงานร่วมกับชุมชนรอบข้าง และทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชานั้น ๆ โดยตรง

8. ทักษะความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการ (Creativity and Imagination)

เป็นทักษะที่ยิ่งพัฒนาได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี โดยเฉพาะวัยเด็กเป็นวัยที่มีจินตนาการสูง ปราศจากข้อจำกัดทางความคิด การที่เด็กกล้าที่จะฝัน มีความคิดกว้างไกล คิดได้หลายทิศทาง มีจินตนาการในการทำสิ่งต่าง ๆ ที่คิดให้เป็นจริงได้ เป็นจุดสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโลกเสมอ ก่อให้เกิดนวัฒกรรมใหม่ๆ บทเพลงใหม่ งานเขียนใหม่ ซึ่งที่ D-PREP มีความพร้อมทั้งรอบด้านในการส่งเสริมเด็ก ๆ ให้ได้ใช้จินตนาการอย่างเต็มที่ทั้งทางด้านศิลปะ เทคโนโลยี และกิจกรรมต่างๆ

9. ทักษะการจัดการเวลา (Time Management)

เป็นทักษะที่ฝึกฝนให้สามารถใช้เวลาที่มี 24 ชั่วโมงเท่ากันไปกับการทำสิ่งที่ชอบและเป็นประโยชน์ทั้งกับตัวเองและสังคม สามารถวางแผนและจัดการเรียงลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำก่อน-หลัง รวมไปถึงสามารถกำหนดเป้าหมายว่าจะทำอะไรบ้างในช่วงเวลาที่จำกัด และทำให้สำเร็จจนเป็นนิสัย ซึ่งเป็นทักษะที่ต้องใช้เวลาหล่อหลอม และมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

10. ทักษะการใฝ่เรียนรู้ตลาดเวลา (Curiosity and Lifelong Learning)

เป็นทักษะที่ฝึกฝนให้เกิดความสงสัยใครรู่เป็นจุดเริ่มต้นในการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด ทำให้เด็ก ๆ มีความใฝ่รู้ ค้นคว้าหาความรู้ใหม่ ๆ  และศึกษาทดลองทำสิ่งใหม่ๆ เสมอ ซึ่งจะส่งเสริมทักษะในโลกปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปิดโลกให้กว้างขึ้น และโรงเรียนมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้เด็ก ๆ ฝึกตั้งเป้าหมาย เรียนรู้และพัฒนาตนเองไปสู่จุดมุ่งหมายที่ต้องการ

11. ทักษะการปรับตัวที่เหมาะสม (Flexibility & Adaptability)

เป็นทักษะที่ฝึกฝนให้มีความยืดหยุ่นในการจัดการบริหารบริบทต่าง ๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นสังคม เทคโนโลยี และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในทุกวัน หรือแม้กระทั่งในที่ทำงาน การที่เปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ สามารถปรับเปลี่ยนมุมมองให้ทันยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป กล้าที่จะเผชิญความเสี่ยงของการเปลี่ยนแปลงและพร้อมปรับตัวเพื่อให้อยู่รอดได้เสมอ

จะเห็นได้ว่าการเติบโตจากวัยเด็กสู่วัยผู้ใหญ่ภายใต้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นในปัจจุบันนั้นไม่ง่าย ทักษะวิชาชีพต่างๆ ที่เด็กได้เรียนรู้จากในโรงเรียนอย่าง Hard Skills เพียงอย่างเดียวนั้นคงไม่เพียงพอ ดังนั้นการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพทั้ง Hard Skills ควบคู่ไปกับ Soft Skills จึงนับว่าเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญของเด็กในยุคปัจจุบัน

การพัฒนา Soft Skill ในด้านต่างๆ ข้างต้น จึงเป็นเป้าหมายที่ทาง D-PREP ตั้งปณิธานและมุ่งมั่นถ่ายทอดผ่าน ค่านิยม 10 ประการของ D-PREP (10 D-PREP Core Values) ให้กับสมาชิกทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน ผู้ปกครอง คุณครูและบุคลากรในองค์กร ตัวอย่างเช่น การส่งเสริมให้มีความกล้าหาญ มุ่งมั่น และกล้าตัดสินใจ ควบคู่ไปกับมีความเมตตา รู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิตบนพื้นฐานจริยธรรมที่ดีงาม ฯลฯ เพื่อให้ทุกท่านมีเป้าหมายเป็นหนึ่งเดียวกัน คือ การร่วมมือกันสร้างสรรค์บุคลากรที่มีคุณภาพควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต และให้ทุกท่านมั่นใจได้ว่าภายใต้การดูแลของ D-PREP ลูกหลานของท่าน จะสามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ อยู่ในสังคมได้อย่างมั่นคงและมีความสุข

Ref

บทความแนะนำ

หากท่านสนใจเข้าเยี่ยมชมโรงเรียนสามารถติดต่อได้ที่

Address :
D-PREP International School
38, 38/1-3, 39, Moo 6,
Bangna Trad Rd., Km. 8,
Bang Kaeo, Bang Phli District,
Samut Prakan, Thailand 10540

Email: info@didyasarin
Google Map: https://info.dprep.ac.th/directions
เบอร์ติดต่อ: 02-105-1757, 082-1515922
Website : www.dprep.ac.th
Facebook: DprepSchool
Line: @d-prep
IG : @dprepschool