5 วิธี เลี้ยงลูกให้รู้จักการแบ่งปัน มีน้ำใจ เป็นที่รักของสังคม

เลี้ยงลูกให้รู้จัก การแบ่งปัน

วัน “World Kindness Day” ในทุกๆวันที่ 13 พ.ย.ของทุกปี เป็น “วันแห่งความเมตตาโลก” ที่ทั่วโลกให้ความสำคัญและร่วมกันส่งเสริมให้ผู้คนมีเมตตา ร่วมแบ่งปันและมีน้ำใจต่อกัน ทั้งนี้การจะสร้างสังคมในอุดมคติในการปลูกฝังให้ผู้คนรู้จักการแบ่งปัน การมีน้ำใจที่ดี และการเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ควรเริ่มต้นและปลูกฝังตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ควรส่งเสริมให้ลูกเป็นเด็กดี มีน้ำใจ และรู้จักแบ่งปันแก่ผู้อื่น ทางโรงเรียนนานาชาติ D-PREP ได้รวบรวม 5 วิธีเลี้ยงลูกให้เป็นคนดี มีน้ำใจ รักการแบ่งปันมาฝากค่ะ

5 วิธีเลี้ยงลูกให้รู้จักการแบ่งปัน มีน้ำใจ เป็นที่รักของสังคม

1. ชวนลูกอ่านหนังสือดีดีด้วยกัน

การอ่านหนังสือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมคุณภาพที่คุณพ่อคุณแม่และลูกได้ใช้เวลาร่วมกัน คุณพ่อคุณแม่มีส่วนช่วยส่งเสริมพัฒนาการที่ดีให้ลูกได้เรียนรู้จากการอ่านหนังสือ โดยเลือกหนังสือดีดีสักเล่มที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านความมีน้ำใจ รู้จักแบ่งปัน  ซึ่งเป็นหนทางที่ลูกจะได้เรียนรู้และกระตุ้นให้เกิดการเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และทำให้ลูกได้เปิดโลกกว้าง ได้เห็นมุมมองแนวคิดใหม่ ๆ โลกใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้น ผ่านตัวละครที่จิตใจดี โอบอ้อมอารี ช่วยส่งเสริมพัฒนาการของลูกได้ดียิ่งขึ้น

หนังสือแนะนำที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านความมีน้ำใจ รู้จักแบ่งปัน

  1. ABCs of Kindness by Samantha Berger
  2. Kindness Counts By: R.A. Strong
  3. A Splendid Friend, Indeed By: Suzanne Bloom
  4. Cy Makes a Friend By: Ann Marie Stephens
  5. Friendship Over By: Julie Sternberg
  6. This Orq. (He Cave Boy.) By: David Elliott
  7. Weird? (Me, Too!) Let’s Be Friends  By: Sara Holbrook
  8. Good Night, Bat! Good Morning, Squirrel! By: Paul Meisel
  9. Last-But-Not-Least Lola Going Green By: Christine Pakkala
  10. Words with Wings By: Nikki Grimes
  11. Revolutionary Friends By: Selene Castrovilla
  12. Jasmine and Maddie By: Christine Pakkala
  13. Garvey’s Choice By: Nikki Grimes
  14. Time for (Earth) School, Dewey Dew By: Leslie Staub
  15. Catching a Storyfish By: Janice N. Harrington
  16. Percy, Dog of Destiny By: Alison McGhee

2. หมั่นตั้งชุดคำถามในเชิงบวกกับลูกมากยิ่งขึ้น

เมื่อลูกกลับมาจากที่โรงเรียน แนะนำคุณพ่อคุณแม่ปรับเปลี่ยนชุดคำถามที่มักใช้เป็นประจำที่ว่า “ไปโรงเรียนวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง?” เป็น “วันนี้ลูกได้ทำความดีอะไรบ้าง?” หรือ “วันนี้มีใครทำดีและแบ่งปันกับลูกบ้างมั้ยคะ?” แทน ซึ่งคำถามเหล่านี้อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่ได้รับฟังเหตุการณ์และเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในแต่ละวันของลูกในมุมมองที่แตกต่างออกไป และทำให้คุณพ่อคุณแม่นั้นสามารถสอดแทรกและปลูกฝังแนวคิดของการเป็นเด็กดี ควบคู่ไปกับการมีจิตใจโอบอ้อมอารี รู้จักแบ่งปัน มีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่นให้แก่ลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

3. ชื่นชมและยินดีเมื่อลูกพูดหรือทำสิ่งที่ดี

คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญกับการชื่นชม ยินดี รวมไปถึงการให้รางวัลที่เหมาะสมเมื่อลูกได้กระทำความดีต่อตนเองและผู้อื่น รวมไปถึงคุณพ่อคุณแม่ควรระบุถึงพฤติกรรมนั้น ๆ อย่างชัดเจน (เพื่อให้ลูกรู้ว่าพฤติกรรมใดที่ดีและเหมาะสม) ตัวอย่างเช่น “ขอบคุณมาก ๆ นะคะที่ช่วยเปิดประตูให้กับคุณครู หนูเป็นเด็กดี โอบอ้อมอารีมากๆเลย แม่ชื่นใจมากค่ะ”  เมื่อเด็ก ๆ ได้รับการกระตุ้นและชี้นำในพฤติกรรมที่ถูกต้องแล้ว ครั้งต่อไปเด็กจะเรียนรู้และมีการประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม ว่าควรปฎิบัติอย่างไรต่อคุณพ่อคุณแม่ คุณครู เพื่อน และผู้อื่นในสังคม

4. ส่งเสริมความกตัญญูรู้คุณ

หนึ่งในกุญแจสำคัญของความดีงาม (kindness)  คือ ความรู้สึกขอบคุณ ความรู้สึกซาบซึ้งใจ และความรู้สึกสำนึกในบุญคุณ เหล่านี้เป็นเครื่องบ่งบอกว่าเราตระหนักและซาบซึ้งในสิ่งที่ผู้อื่นทำให้เราอย่างไร และเราทำสิ่งดีดีต่อผู้อื่นอย่างไร ตลอดจนพัฒนานำไปสู่การเป็นคนดีขึ้นเรื่อย ๆ ในทุก ๆ วัน วิธีการฝึกฝนให้ลูกเกิดความรู้สึกขอบคุณต่อผู้อื่นเริ่มต้นที่ครอบครัว คุณพ่อคุณแม่สามารถชวนลูกทำกิจกรรมเขียนคำขอบคุณผ่าน “เรื่องราวของครอบครัว” ร่วมกัน  โดยลักษณะการส่งต่อเรื่องราวจะขึ้นอยู่กับอายุของเด็กแต่ละคน ซึ่งสามารถถ่ายทอดออกมาในหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการวาดภาพ การเขียน การติดแปะรูปภาพและเขียนบอกว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในเหตุการณ์นั้น และเค้ามีความรู้สึกต่อเหตุการณ์นั้นอย่างไร โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยส่งเสริมและกระตุ้นการเรียนรู้โดยการที่ทำกิจกรรมร่วมกัน ช่วยกันดู และนำกลับมาดูและกล่าวถึงซ้ำ ๆ

5. ชวนลูกทำสิ่งดีดีร่วมกัน

คุณพ่อคุณแม่คือหัวใจสำคัญที่จะหล่อหลอมให้ลูกได้พัฒนาทักษะชีวิตต่างๆ ที่สามารถประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดั่งสำนวนที่ว่า “คุณพ่อคุณแม่ คือ แม่พิมพ์ของลูก”  โดยคุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นหาโอกาสชวนลูกมาทำสิ่งดีดีร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น

  • การชื่นชมผู้อื่น
  • การให้ของขวัญแก่ผู้อื่น
  • การพูดสิ่งดีดี
  • การแสดงออกถึงความกตัญญูรู้คุณ
  • ช่วยเหลือผู้อื่นที่ยากลำบาก
  • เป็นคนที่เคารพต่อผู้อื่น
  • มองเห็นสิ่งดีดีที่ผู้อื่นทำให้เราเสมอ
  • ให้เวลากับผู้อื่นที่อยู่รอบตัวเรา

กิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมการทำดีทำได้หลากหลายรูปแบบ เช่น การทำ list 10 อย่างของการทำดี อาจจะเป็นรูปแบบของตารางทำดี หรือ บิงโกติดบนตู้เย็น ใครทำคะแนนทำดีได้มากก็สามารถได้รับรางวัลต่าง ๆ ตามความเหมาะสม เช่น การได้ดูหนังเรื่องที่ชื่นชอบ การได้รับประทานขนมที่ชื่นชอบและอื่นๆ เพื่อกระตุ้นให้เด็ก ๆ ทำดี และเป็นเทคนิคที่ส่งเสริมให้เด็กได้รู้สึกว่าการทำดีนั้นเป็นเรื่องน่าสนุก และมีความอยากทำสิ่งดีดีซ้ำๆ โดยมุ่งเน้นไปที่สิ่งดีดีที่เด็กทำ

การเป็นคนดี รู้จักแบ่งปัน และมีจิตใจโอบอ้อมอารีนั้นเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของทักษะชีวิต (Life Skills) ที่คุณพ่อคุณแม่ควรส่งเสริมให้ลูกตั้งแต่วัยเรียน โดยการที่ลูกจะเป็นเด็กดีได้นั้น ส่วนหนึ่งมาจากการเรียนรู้และฝึกฝนด้วยตัวเอง และอีกส่วนที่เป็นหัวใจหลักสำคัญคือมีคุณพ่อคุณแม่และคนรอบข้างที่คอยกระตุ้นและส่งเสริมให้ทักษะชีวิตของลูกเติบโตไปอย่างสมบูรณ์  หากเด็ก ๆ ทุกคนได้รับการเลี้ยงดูและฝึกฝนให้เป็นคนที่มีจิตใจดี รู้จักแบ่งปัน กล้าหาญ รู้สึกซาบซึ้งในสิ่งที่คนอื่นทำให้ รวมไปถึงเป็นคนที่เห็นอกเห็นใจผู้อื่น ย่อมทำให้สังคมโดยรวมและโลกใบนี้น่าอยู่มากยิ่งขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์

บทความแนะนำ

หากท่านสนใจเข้าเยี่ยมชมโรงเรียนสามารถติดต่อได้ที่

Address :
D-PREP International School
38, 38/1-3, 39, Moo 6,
Bangna Trad Rd., Km. 8,
Bang Kaeo, Bang Phli District,
Samut Prakan, Thailand 10540

Email: info@didyasarin
Google Map: https://info.dprep.ac.th/directions
เบอร์ติดต่อ: 02-105-1757, 082-1515922
Website : www.dprep.ac.th
Facebook: DprepSchool
Line: @d-prep
IG : @dprepschool