แนวคิด Reggio Emilia แรงบันดาลใจที่ D-PREP นำมาประยุกต์ใช้กับโรงเรียน

Reggio Emilia Approach Inspired School

Reggio Emilia (เรกจิโอ เอมิเลีย) Approach คืออะไร ? 

Reggio Emilia Approach หรือการเรียนการสอนแบบ “เรกจิโอ” คือ ระบบการศึกษาเชิงผสมสำหรับเด็กปฐมวัย มีแนวคิดที่สำคัญคือ การเรียนรู้ของเด็กจะสามารถพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับ

1.) ตัวตนของเด็กเอง

2.) สิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัวเด็ก 

การเรียนการสอนแบบ Reggio Emilia นั้นเชื่อว่า เด็กมีศักยภาพและมีความสามารถติดตัวมาตั้งแต่เกิด และศักยภาพเหล่านั้นจะถูกส่งเสริมด้วยสิ่งต่าง ๆ รอบตัวของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็น สถานที่ ชุมชน สังคม และวัฒนธรรม นั่นหมายความว่า พ่อแม่ ผู้ปกครอง คุณครู และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาตัวตนของเด็ก และผลักดันให้พวกเขาแสดงศักยภาพเหล่านั้นออกมา 

การเรียนการสอนแบบ Reggio Emilia (เรกจิโอ เอมิเลีย) มีที่มาอย่างไร ?

การเรียนการสอนแบบ Reggio (เรกจิโอ) มีจุดเริ่มต้นที่เมือง Reggio Emilia ของประเทศอิตาลีในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเกิดขึ้นจากการร่วมมือระหว่างพ่อแม่และคุณครู เพื่อปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรให้เหมาะสมกับเด็ก ๆ ในแต่ละช่วงวัย ซึ่งเป็นวิธีการสอนที่ประสบความสำเร็จ และเป็นที่รู้จักในกลุ่มประเทศยุโรป อเมริกาเหนือ และอเมริกา ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 

การเรียนการสอนแบบ Reggio Emilia ให้ความสำคัญเรื่องไหน

การเรียนการสอนแบบ Reggio Emilia (เรกจิโอ เอมิเลีย) ให้ความสำคัญเรื่องใดบ้าง?

1. วิธีการมองเด็ก

“เด็ก” คือศูนย์กลางการเรียนรู้ (Children’s Center) โดยเด็กมีศักยภาพและความสามารถตั้งแต่เกิด และสามารถพัฒนาการเรียนรู้ได้เต็มที่ โดยอาศัยการปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมรอบตัว

2. โรงเรียน

มีส่วนสำคัญในการเชื่อมโยงตัวเด็ก ครอบครัว และครูผู้สอนเข้าด้วยกัน ซึ่งควรจัดสถานที่เรียนให้นักเรียนรู้สึกอบอุ่นและเป็นมิตร โดยที่ครูกับนักเรียนสามารถเรียนรู้ไปด้วยกัน การสอนและการเรียนรู้ต้องทำควบคู่กันไป ซึ่งคุณครูผู้สอนมีหน้าที่สังเกตการณ์ตัวนักเรียน เพื่อทำความเข้าใจ และออกแบบการเรียนการสอนในอนาคต

3. ศูนย์กลางการเรียนรู้อยู่ที่ผู้เรียน

การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้จะคอยสังเกตจากความสนใจของนักเรียน ผ่านโครงการต่าง ๆ (Project Approach) โดยให้เด็กนักเรียนเสนอหัวข้อที่อยากทำ เพื่อช่วยกระตุ้นให้นักเรียนสนใจใคร่รู้ในเรื่องนั้น ๆ อย่างแท้จริง โดยโรงเรียนจะออกแบบกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งแบบเดี่ยวและแบบกลุ่ม เพื่อให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการสังเกต ทดลอง ตั้งคำถาม บันทึกผลการทดลอง ร่วมแสดงความคิดเห็น ซึ่งนำไปสู่การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพต่อนักเรียน ซึ่งทาง D-PREP มีหลักสูตร Expeditionary Learning (EL) ที่เน้นให้นักเรียนค้นคว้าหาความรู้เชิงลึก (in-depth research) และทดลองทำด้วยตัวเองในรูปแบบของการสร้าง project ตามความสนใจของนักเรียน โดยมีคุณครูและผู้เชี่ยวชาญในสาขาเฉพาะด้าน คอยให้คำแนะนำ

4. การเรียนรู้ในแบบเรกจิโอ (หรือ เรจิโอ)

เด็กจะได้ออกไปค้นคว้าและสัมผัสสิ่งต่าง ๆ รอบตัวที่เป็นประสบการณ์จริง เช่น ปลูกผัก เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์ และศูนย์แสดงความรู้ เป็นต้น รวมถึงมีโอกาสแลกเปลี่ยนและมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน คุณครู และผู้ปกครองที่ไปด้วยกัน อีกทั้งได้เรียนรู้ในสิ่งที่ตนสนใจ ร่วมพูดคุยซักถาม รวมถึงการใช้ศิลปะเข้ามาเป็นเครื่องมือสื่อสารความรู้สึกของตัวเอง เช่น การเขียนจดหมายส่งถึงกัน การวาดรูป ระบายสี ปั้นดิน และประดิษฐ์สิ่งของต่าง ๆ เป็นต้น โดยที่คุณครูจะรับฟังโดยไม่วิจารณ์ รวมถึงเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้อธิบาย และแสดงตัวตนอย่างเต็มที่

5. การบันทึกข้อมูลสาระการเรียน

คุณครูผู้สอนมีส่วนอย่างมากในการคอยสังเกตและบันทึกสิ่งต่าง ๆ  รวมไปถึงทักษะการแก้ปัญหาของเด็ก ในสถานการณ์นั้น ๆ ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการเรียนการสอน เพื่อสะท้อนและประเมินศักยภาพการเรียนรู้และพัฒนาการในตัวเด็กแต่ละคน  มีการพบปะพูดคุยกันระหว่างครูผู้สอนในแต่ละวิชา และผู้ปกครอง เพื่อรายงานสถานการณ์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อนำไปสู่การพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคนได้อย่างเต็มที่

เด็กได้อะไรจากการเรียนรู้แบบ Reggio Emilia (เรกจิโอ เอมิเลีย)

  • เด็กมีส่วนร่วมในการเรียน นำเสนอหัวข้อและโครงการที่ตนเองสนใจ ทำให้เด็กกระตือรือร้น และมีความสุขในการเรียนรู้ มีอิสระในการสร้างสรรค์ผลงาน รวมไปถึงสร้างเสริมความภาคภูมิใจในตัวเองเมื่อสามารถทำ project ต่าง ๆ ได้สำเร็จ
  • ได้เรียนรู้สิ่งที่น่าสนใจต่าง ๆ นอกห้องเรียน มากไปกว่าแค่เรียนรู้จากในตำรา
  • ได้มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน ๆ คุณครู ผู้ปกครอง ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ร่วมมือ ช่วยเหลือกันและกัน และร่วมกันผลักดันให้โครงการสำเร็จร่วมกัน

การเรียนการสอนแบบ Reggio Emilia ที่ D-PREP นำมาประยุกต์ใช้

ที่ D-PREP เราภูมิใจที่ได้นำหลักแนวคิดนี้มาเป็นแบบอย่างในการเรียนการสอนภายในโรงเรียน (Reggio Emilia Inspired school) โดยได้มีการออกแบบอาคารเรียนและฟังก์ชั่นการใช้งานเพื่อให้สอดคล้องไปกับการเรียนรู้ของเด็ก เพราะเราเชื่อมั่นว่า เด็กคือผู้ที่มีความสามารถในการเรียนรู้จากความสนใจ ความสงสัย โดยครูผู้สอนและผู้ปกครองมีส่วนสำคัญในการร่วมมือกัน เป็นผู้สังเกตการณ์ในการเรียนรู้ของเด็ก

นอกจากนี้ เรายังใส่ใจในการบันทึกการสังเกตการณ์การเรียนรู้ของเด็กผ่านตัวอย่างชิ้นงาน เช่น ภาพวาด การเขียน งานศิลปะ ภาพถ่ายระหว่างการทำกิจกรรม การสนทนา วิดีโอ อีกทั้งยังได้ออกแบบโครงการต่าง ๆ ที่น่าสนใจมากมาย การเก็บรวบรวม portfolio ของนักเรียน รวมไปถึงกิจกรรมอย่าง waterplay และ Light & Shadow Studio

“Light Studio” ของทาง D-PREP ที่ถูกออกแบบโดยอาศัยหลักการของ Reggio Emilia เป็นแรงบันดาลใจ ซึ่งคุณครูจะทำหน้าที่เป็นผู้สังเกตการณ์นักเรียนในขณะทำกิจกรรมภายในห้อง light studio

Light Studio แรงบันดาลใจจาก การสอนแบบเรกจิโอ

D-PREP : A day in the life of the light studio

เด็กนักเรียนเดินเข้ามาในห้อง “Light Studio” เพื่อสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ในพื้นที่ที่พวกเขา จะได้เพิ่มพูนความคิดสร้างสรรค์ ได้ค้นคว้า และสร้างสิ่งใหม่ ๆ ไม่รู้จบ ห้องถูกออกแบบให้สามารถเปลี่ยนแปลงฟังก์ชั่นการใช้งานได้ตลอดเวลา เพื่อให้สอดคล้องกับกิจกรรมที่จัด ณ เวลานั้น ๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็ก ๆ ได้สัมผัส ทดลอง ควบคุม ปรับเปลี่ยน และเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องแสงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแสงและเงา แสงสะท้อน การหักเหของแสง การฉายแสง รวมถึงการวาดภาพ และอื่น ๆ อีกมากมายไม่รู้จบ

  • ในตอนเช้า นักเรียนชั้นก่อนอนุบาลจะถูกแบ่งเป็นกลุ่ม ๆ เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับรูปทรงและสีของวัตถุ และทดลองการสื่อสารส่งเสียงต่าง ๆ โดยใช้หีบเพลง 
  • หลังจากนั้น นักเรียนชั้นอนุบาลจะได้เรียนรู้และทดลองเกี่ยวกับแสงสะท้อนจากภาพวาดของตัวเอง ศึกษาโครงสร้างและรายละเอียดของใบไม้-ต้นไม้ของจริง และการฉายแสงให้เห็นโครงสร้างด้านใน
  • ในตอนบ่าย เด็ก ๆ ชั้นประถมจะได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่แตกต่างกันไป มีอิสระในการเดินสำรวจ และเลือกกิจกรรมที่ตนชื่นชอบ เช่น ศึกษาโครงสร้างใบไม้ผ่านกล้องจุลทรรศน์ และวาดภาพจากสิ่งที่ได้เห็น

ห้อง Light Studio ถือเป็นห้องที่ส่งผ่านกิจกรรมที่มีเป้าหมาย สนุกเพลิดเพลิน น่าตื่นเต้นเร้าใจ รวมไปถึงเป็นสถานที่ที่เด็กสามารถใช้สมาธิกับกิจกรรมได้เต็มที่ โดยที่เด็ก ๆ จะได้มีโอกาสทดลอง เรียนรู้ และค้นพบโลกกว้างรอบ ๆ ตัวที่น่าสนใจ โดยนักเรียนจะได้ใช้สัมผัสทั้ง 5 ได้แก่ การมองเห็น การได้ยิน การดมกลิ่น การรับรส และการสัมผัส ในระหว่างการทำกิจกรรมต่าง ๆ

ทั้งนี้การนำหลักแนวคิด Reggio Emilia Approach หรือ การสอนแบบเรกจิโอ นับว่าเป็นอีกก้าวที่ทาง D-PREP ต้องการให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการศึกษารูปแบบใหม่ และเป็นอีกหนึ่งก้าวของการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาไทย เพื่อให้เด็กมีศักยภาพ พัฒนา และต่อยอดทางความคิดที่ไร้ขีดจำกัด

หากท่านสนใจเข้าเยี่ยมชมโรงเรียนสามารถติดต่อได้ที่

Address :
D-PREP International School
38, 38/1-3, 39, Moo 6,
Bangna Trad Rd., Km. 8,
Bang Kaeo, Bang Phli District,
Samut Prakan, Thailand 10540

Email: info@didyasarin
Google Map: https://info.dprep.ac.th/directions
เบอร์ติดต่อ: 02-105-1757, 082-1515922
Website : www.dprep.ac.th
Facebook: DprepSchool
Line: @d-prep
IG : @dprepschool

บทความแนะนำ

Discover Why D-DREP Students Love Our Reggio-Emilia Inspired Light Studio

Students entering our light studio enter a space where they can dream, discover and deliver. This space challenges and expands children’s imagination. It is an opportunity for investigation and creative research. The space is flexible, ever-changing, and inclusive. It is open to adjustments and changes depending on each class project and exploration.

At D-PREP we believe all children are very capable and curious learners. The Light Studio is designed using important elements of the Reggio Emilia philosophy. The teachers are observers and are learning from the children during their exploration.

During Light Studio explorations, students have the time to interact with their environment. They manipulate and experience different materials and concepts. It is a process of understanding and experimentation with projects through explorations of light and shadow, reflection, refraction, projection, and even clay and drawing! The list is endless.

 A day in the life of the light studio

In the morning, Nursery students might be exploring circles and colors in physical objects or in nature. While another group of students are focusing on creating and testing a communication system for their structure using accordion pipes.

Later, Kindergarten students are exploring light and discovering their drawings of plants being reflected above them on the wall. Students investigate plant structure and discover its details by using real plants and projections of plants.

In the afternoon, the Light Studio might change into a living and nonliving environment of experimentation and exploration for Primary classes. The plants are magnified using the handheld microscope and some students are drawing their findings. 

While other students might be building an area of nonliving things for comparison. The Light Studio changes throughout the day many times.

Children need time to experiment and explore and discover the world that surrounds them. It is a time for your children to use all of their senses: sight, hearing, smell, taste, and touch.

During Creative Exploration, the Light Studio is one place where they are able to do this with high-level concepts and with focus.

About The Author