fbpx

ลูกติดโทรศัพท์ ติดมือถือ ติดจอ แก้ปัญหาด้วย 4 กิจกรรมนี้ !

แก้ปัญหาลูกติดมือถือ

เด็กในปัจจุบัน มักใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับหน้าจอมือถือ หรือ ipad 

ซึ่งนับได้ว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับคุณพ่อคุณแม่ ในการชักชวนลูกๆ ให้ออกมาทำกิจกรรมอย่างอื่นมากกว่าการนั่งจดจ้องอยู่กับหน้าจอ ซึ่งทำให้กระทบพัฒนาการสำคัญและเสี่ยงต่อการเกิดสมาธิสั้นในระยะยาว  

ผลการวิจัยชี้ชัดว่า เด็กที่ได้เล่น ได้ออกกำลังกาย และได้ทำกิจกรรมที่หลากหลาย จะส่งผลดีต่อพัฒนาการด้านต่างๆ เช่น มีสมาธิมากขึ้น มีผลการเรียนที่ดีขึ้น อารมณ์ดี สดใสร่าเริง ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งด้านสุขภาพของเด็กและด้านอื่นๆ ในภาพรวมอีกด้วย

การส่งเสริมให้เด็กๆ ได้มีการทำกิจกรรมและได้เคลื่อนไหวร่างกาย สามารถทำได้ง่ายๆ ที่บ้าน ใช้เวลาไม่นาน ซึ่งการอยู่ห่างจากหน้าจอเพียง 5 หรือ 10 นาที ก็สร้างความแตกต่างแล้วค่ะ

วิธีแก้ปัญหาลูกติดมือถือ ลองใช้กิจกรรมเหล่านี้ช่วยได้!

  • Garden Quest (เกมส์ค้นหาสิ่งของในสวน) : บ้านใครพอมีพื้นที่สนามหน้าบ้าน คุณพ่อคุณแม่อาจชวนลูก ๆ  ออกมาเล่นข้างนอก  ให้เด็กได้รับอากาศสดชื่นแล้วลองหากิจกรรมที่ทำร่วมกันได้ อาจเป็นเกมส์ค้นหาสิ่งต่าง ๆ ในหมวดหมู่เดียวกัน เช่น ให้ลองหาดอกไม้ชนิดต่าง ๆ หาสัตว์ชนิดต่าง ๆ หรือสีต่าง ๆ โดยเน้นอะไรง่าย ๆ ที่เด็กสามารถหามาได้  (สามารถใช้ ipad ถ่ายภาพสิ่งที่เด็กพบเจอได้) หรืออาจเล่นซ่อนหาสิ่งของต่าง ๆ ไว้ภายในสวน แล้วให้เด็กๆ ช่วยกันตามหา
ลูกติดมือถือ แก้ได้ด้วย Bouncy Ball “catch”
  • Bouncy Ball “catch” (เกมส์วิ่งไล่จับบอล) : เป็นเกมส์ที่ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างเต็มที่ ใช้เวลาอย่างน้อยเพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้น โดยให้เด็กวิ่งไล่จับลูกบอลที่เด้งไปตามพื้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เด็กได้เคลื่อนไหว เป็นกิจกรรมที่ทั้งสนุก ได้ออกกำลังกาย และช่วยสร้างสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวอีกด้วย
  • Move To Play (เล่นและทำกิจกรรมตามใจชอบ) : แบ่งสรรเวลาสำหรับการ “เล่น” ในหนึ่งวัน ซึ่งจะช่วยให้ลูกออกห่างจากมือถือ หรือ ipad ได้ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องมีส่วนร่วม เพื่อช่วยให้ช่วงเวลาเหล่านี้ดูจริงจังด้วย โดยอาจจะชวนลูกทำกิจกรรมอื่นทดแทน หรือมอบหมายงานบ้านง่ายๆ  เช่น รดน้ำต้นไม้ ให้อาหารปลา เก็บที่นอนของตัวเอง เป็นต้น ซึ่งจะทำให้ลูกได้พักเบรคจากหน้าจอมือถือ หรือในบางครั้งอาจจะทำให้ลูกรู้สึกเพลิดเพลินจนลืมมือถือไปเลยก็ได้ค่ะ
Game VR ช่วยแก้ปัญหาลูกติดจอมือถือ
  • Beat Sabre (เกมส์กระตุ้นการเคลื่อนไหว) : แน่นอนว่าเป้าหมายของผู้ปกครองคือพยายามทำให้ลูกเลิกติดมือถือ แต่หากลูกติดจอเป็นอย่างมาก ก็อาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้ในเวลาอันสั้น อาจลองหาเกมส์ที่กระตุ้นการเคลื่อนไหวของร่างกาย เช่น เกมส์ “Beat Sabre” ใน Oculus VR System ถึงเป็นเกมส์ที่ต้องเสียเงิน แต่ถือว่าเป็นเกมส์ที่ช่วยกระตุ้นให้เด็กได้มีการเคลื่อนไหวร่างกาย และใช้ไหวพริบในการผ่านด่านแต่ละด่าน โดยจะเห็นว่าหากมีสถานการณ์ใดที่คุณแม่มีความจำเป็นที่ต้องให้ลูกเล่นเกมส์ ก็สามารถเลือกเกมส์ที่มีประโยชน์ และร่วมเล่นไปด้วยกันกับลูกได้

การจัดเวลาให้เด็กมีโอกาสได้เล่น ทำเรื่องที่ชอบหรืออยากทำ จะเป็นประโยชน์กับเขาอย่างมากในอนาคต เพราะศักยภาพของเด็กจะถูกพัฒนาได้ดีที่สุด เมื่อเขาได้เล่น ได้ทดลองสิ่งต่าง ๆ รอบตัว และลงมือทำด้วยตัวเอง 

ที่ D-PREP Megabangna เรามี Playgroup classes ที่จัดสภาพแวดล้อมและเตรียมสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้อย่างเหมาะสมด้วยตนเอง โดยนำหลักการ Play base learning (การเรียนรู้ผ่านการเล่น) ร่วมกับแนวการสอนแบบ Reggio approach มาใช้ ซึ่งจะช่วยทำให้เด็กได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ ได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ เรียนรู้การเข้าสังคม และได้พัฒนาทักษะการใช้ชีวิตในภาพรวมอีกด้วย

ในสถานการณ์ Covid 19 ที่ผู้ปกครองหลายคนเป็นกังวล ทาง D-PREP มีมาตรการป้องกันเชื้อไวรัส Covid19 อย่างรัดกุม

สรุป

เมื่อลูกติดมือถือหรือติดจอมากเกินไป นอกจากจะทำให้พลาดโอกาสในการออกไปเล่นข้างนอก และไม่มีปฎิสัมพันธ์กับคนในครอบครัวแล้ว ยังทำให้ลูกเสี่ยงต่อภาวะสมาธิสั้น ส่งผลต่อพฤติกรรมและอารมณ์ที่ก้าวร้าว รอคอยไม่เป็น วอกแวก เบื่อง่าย และใจร้อน รวมไปถึงพัฒนาการที่ล่าช้า มีค่าสายตาที่ผิดปกติในอนาคตจากการจ้องหน้าจอนานเกินไป 

การตำหนิหรือบังคับลูกอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรค่อย ๆ โน้มน้าว ปลูกฝัง วางกฎกติกา และชักชวนลูกให้ออกมาทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่มีประโยชน์ เพื่อดึงเขาออกมาจากการใช้เวลาอยู่หน้าจอมือถือหรือ iPad ทั้งวัน จนกระทั่งเด็กเลิกติดมือถือไปเองในที่สุด

สามารถสอบถามข้อมูล D-PREP ได้ที่ 
CALL : 095-879-4944
CALL : 02-105-1757
LINE : @d-prep

บทความแนะนำ
Expeditionary learning คืออะไร ? ทำไมถึงดีกับลูกของเรา ?
การเรียนรู้ “ทักษะชีวิต” สำคัญ และจำเป็นสำหรับลูกของเรา

How to get your kids moving!

It’s a familiar challenge for many parents. Kids spend too much time sitting still in front of iPads or their computers. Hours go by in a blink of an eye and next thing you know, your kid hasn’t moved for half a day.

With research indicating that active kids concentrate better, have better test scores, as well as better mood in general, it’s not only better for their health to make sure everyday there are some physical activities in your kids day.

But you don’t need to schedule a gym visit for your kid each day to reap the benefits. “Physical activities” can be done around the house and sometimes without your kid being more than a few meters from their precious iPads. Also, even five or ten minutes away from the screens will already make a difference.

Here are some simple tips and suggestions that you can put in place today and won’t take more than 10 minutes.

Garden Quest

If you are lucky enough to have a garden, getting them out and about there has multiple benefits of not just physical activities, but also fresh air as well as possibility of finding new perspectives. Try these for starters:

• Get your kid to go out and find “five-of-a-kind”. They can go out with their phones (big assumption that they have one, but we are trying to get them away from their iPads so…) and snap five different flowers, animals, colors, etc…

• Hide five items of a kind in the garden and get your kids to go out and find them. They can’t get back to their iPads until they have found all of them.

Bouncy Ball “catch”

This one requires some participation from you, but it’s quite minimal.

For five minutes, get your kid to catch a very bouncy ball. The trick is not to get them to catch but to chase the ball as it bounces around the room. They will be running and bending over and before they know it they have done a hundred squats and burpees!

Move to Play

This is more of a scheme than actual activity. This requires you to put down the house rule. For example, your kid can get one hour of “play time” credit for every 10 minutes away from the screen. It’s minimal, but will make a big difference from three hour straight in front of the iPad’s screen. They need to turn off the device and go and do something else. That means they are not looking at a screen. It’s a break from screen time, not just a break from games on their iPad). As a bonus, sometimes they will get so involved with doing something else that they forget to back to their iPads for another hour!

Beat Sabre

If you can’t beat them, join them.

If you really can’t get your kids away from gaming (you really should), how about games that get your kids moving?

Few games are as motivating and sweat inducing as “Beat Sabre” on the Oculus VR system. It does require you to purchase the Oculus, but the combination of immersive virtual reality experience together with wielding a virtual light saber will keep your kids sweating until you want to have a go too.

About The Author